วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม ค.ศ. 2026

ไม่มีน้ำตาลใช่ว่าไม่เสี่ยง : น้ำอัดลมน้ำตาล 0% ดื่มได้... แต่ต้องระวัง !

26/07/2026 17:16 Admin 14 ครั้ง
News Cover

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ‘น้ำอัดลมน้ำตาล 0%’ หรือ ‘น้ำอัดลมไม่มีน้ำตาล’ กลายเป็นทางเลือกยอดนิยมของผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ หลายคนเชื่อว่าการเปลี่ยนจากน้ำอัดลมสูตรปกติมาเป็นสูตรไม่มีน้ำตาล จะช่วยให้สามารถดื่มน้ำอัดลมได้โดยไม่มีผลเสียต่อร่างกาย

 

อย่างไรก็ตาม แม้เครื่องดื่มประเภทนี้จะไม่มีน้ำตาล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถดื่มได้อย่างไม่จำกัด ซึ่งเราจะพาไปทำความเข้าใจกับน้ำอัดลมน้ำตาล 0% ให้มากขึ้นกัน

 

ไม่มีน้ำตาล แต่ทำไมถึงหวาน ?

 

น้ำอัดลมน้ำตาล 0% คือเครื่องดื่มอัดลมที่ไม่มีการเติมน้ำตาลทรายเหมือนสูตรปกติ แต่ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล เช่น ซูคราโลส (Sucralose), แอสปาร์แตม (Aspartame), แอซีซัลเฟมโพแทสเซียม (Acesulfame-K) หรือสตีเวีย (Stevia) ซึ่งรู้จักกันในอีกชื่อคือหญ้าหวาน โดยสารให้ความหวานแทนน้ำตาลเหล่านี้จะให้รสหวานใกล้เคียงกับน้ำตาลจริง ทว่าได้พลังงานต่ำหรือไม่ได้พลังงานเลย อย่างไรก็ตาม เครื่องดื่มชนิดนี้ยังคงมีกรด สารแต่งกลิ่น สีผสมอาหาร และในบางผลิตภัณฑ์ยังมีคาเฟอีน ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบที่ควรจำกัดการบริโภคให้พอเหมาะ

 

สารให้ความหวานแทนน้ำตาลปลอดภัยหรือไม่ ?

 

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ยืนยันว่าสารให้ความหวานแทนน้ำตาลสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยหากบริโภคไม่เกินปริมาณที่กำหนด แม้ว่าในปี พ.ศ. 2566 องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดให้แอสปาร์แตมอยู่ในกลุ่ม ‘อาจก่อมะเร็งในมนุษย์ (Group 2B)’ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสารชนิดนี้เป็นสารอันตรายหรือทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างแน่นอน เพียงแต่การจัดประเภทดังกล่าวเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า พบหลักฐานยืนยันการก่อมะเร็งแค่ในจำนวนจำกัดไม่กี่กรณีเท่านั้น และยังไม่มีผลการศึกษาทางวิชาการเพียงพอที่จะรองรับว่าแอสปาร์แตมสามารถก่อมะเร็งในมนุษย์ได้

 

 

อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีในการลดความอ้วน

 

แม้น้ำอัดลมสูตรไม่มีน้ำตาลจะช่วยลดการได้รับพลังงานจากน้ำตาล แต่ก็ไม่ได้รับประกันว่าจะช่วยลดความอ้วนเสมอไป พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อดีตอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า สารให้ความหวานเหล่านี้จะกระตุ้นกลไกการทำงานของสมองให้รับรู้ถึงความหวาน ส่งผลให้ร่างกายโหยหาน้ำตาลมากขึ้น หรือที่เรียกว่าพฤติกรรม ‘ติดหวาน’ ต้องการกินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มรสหวานบ่อย ๆ ร่างกายหิวง่ายกว่าเดิม และกินมากกว่าปกติ 30% ซึ่งจะเป็นการกินไปแบบไม่รู้ตัว ดังนั้น หากต้องการควบคุมน้ำหนัก การเลือกน้ำเปล่าเป็นเครื่องดื่มหลักยังคงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

 

ส่งผลกระทบต่อสุขภาพฟัน

 

จริงอยู่ที่น้ำอัดลมน้ำตาล 0% ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดฟันผุจากเชื้อแบคทีเรีย แต่เครื่องดื่มชนิดนี้ยังคงมีกรดคาร์บอนิก ซึ่งสามารถกัดกร่อนผิวเคลือบฟันได้หากดื่มบ่อย รวมถึงการจิบตลอดทั้งวัน เมื่อเคลือบฟันสึกกร่อน อาจทำให้เกิดอาการเสียวฟัน ฟันบาง หรือฟันสึกในระยะยาว ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ดื่มในมื้ออาหาร ดื่มแล้วรีบบ้วนปากด้วยน้ำสะอาด ไม่ควรแปรงฟันทันทีหลังดื่ม และใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการสึกของเคลือบฟัน

 

 

ใครบ้างที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ?

 

กลุ่มที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ที่เป็นโรคฟีนิลคีโตนูเรีย (PKU) ซึ่งไม่สามารถย่อยฟีนิลอะลานีนจากแอสปาร์แตมได้ และผู้ที่ไวต่อคาเฟอีนหรือมีปัญหาโรคหัวใจ เนื่องจากน้ำอัดลมบางสูตรยังมีคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ นอกจากนี้ American Diabetes Association (ADA) ยังได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลว่า ไม่แนะนำให้ใช้ในเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 ปี ส่วนหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรใช้ได้ในปริมาณที่น้อยที่สุดหรือจำกัดการใช้ ทั้งยังมีงานวิจัยพบว่า แม้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลจะให้พลังงานต่ำ แต่อาจส่งผลให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากกระตุ้นให้เกิดการผลิตเซลล์ไขมันมากขึ้น

 

น้ำอัดลมน้ำตาล 0% กับโรคเบาหวาน

 

ปัจจุบันมีสารให้ความหวานหลายชนิดที่ได้รับการรับรองว่าปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เมื่อบริโภคในปริมาณที่กำหนด ทว่าผู้ป่วยโรคนี้ก็ไม่ควรพึ่งพาน้ำอัดลมน้ำตาล 0% เป็นประจำ เพราะอาจทำให้ติดรสหวาน ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมการเลือกกินอาหารในระยะยาว อีกทั้ง ดร.พญ.สายพิณ โชติวิเชียร อดีตผู้อำนวยการสำนักโภชนาการ ยังได้เตือนว่า เมื่อดื่มน้ำอัดลมสูตรที่ใส่น้ำตาลเทียมร่วมกับการกินอาหาร จะส่งผลให้ระดับน้ำตาลและอินซูลินในเลือดขึ้นสูงกว่าการดื่มน้ำเปล่าพร้อมกับมื้ออาหาร เพราะแม้น้ำตาลเทียมจะไม่ใช่น้ำตาล แต่รสหวานยังคงกระตุ้นการตอบสนองของอินซูลินในร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคเบาหวาน

 

สรุป

 

น้ำอัดลมน้ำตาล 0% ถือเป็นทางเลือกที่ช่วยลดการบริโภคน้ำตาลเมื่อเทียบกับน้ำอัดลมสูตรปกติ แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพในทุกด้าน การดื่มเป็นครั้งคราวหรือในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับคนทั่วไปถือว่าอยู่ในระดับที่ปลอดภัยตามข้อมูลปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม หากดื่มเป็นประจำทุกวันหรือในปริมาณมาก ก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย ดังนั้น น้ำเปล่ายังคงเป็นเครื่องดื่มที่ดีที่สุดสำหรับร่างกาย ส่วนเครื่องดื่มสูตรน้ำตาล 0% ควรใช้เป็นเพียงทางเลือก ไม่ใช่เครื่องดื่มหลักในชีวิตประจำวัน

 

 

เขียน/เรียบเรียง : ธนาวัฒน์ ศุภวรรณาวิวัฒน์ นักวิชาการโสตทัศนศึกษา โรงพยาบาลปราสาท

 

อ้างอิง :

- https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/050766

- https://multimedia.anamai.moph.go.th/help-knowledgs/sasuknews09042562

- https://food.fda.moph.go.th/press-release/foodnews-2735

- https://oryor.com/media/infoGraphic/media_printing/2341

- https://www.vejthani.com/th/health-article/น้ำอัดลม

- https://www.nakornthon.com/article/detail/ผู้ป่วยเบาหวานกับสารให้ความหวาน-เลือกรับประทานแบบไหนดี

- https://www.medumore.org/infographic/sweetener

- https://www.bbc.com/thai/articles/c51v8qpzypeo

- https://www.chulasdc.com/blog/disadvantages-of-soda-dental-health

- https://thelibrary.mju.ac.th/?p=11647

- https://www.who.int/publications/i/item/9789240073616

- https://www.fda.gov/food/food-additives-petitions/additional-information-about-high-intensity-sweeteners

MOPH Logo
×