วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม ค.ศ. 2026

ไขคำตอบด้วยวิทยาศาสตร์ : ทำไมเราเห็นคนอื่นหาวแล้วหาวตาม ?

10/08/2026 16:23 Ben 7 ครั้ง
News Cover

หลายคนอาจเคยได้ยินพฤติกรรมทางจิตวิทยาที่ว่า “ถ้าอยากรู้ว่าใครแอบมองเรา ให้ลองหาว แล้วสังเกตว่าใครหาวตาม” หรือไม่ก็เคยรู้สึกว่าอยากหาวตามหลังจากเห็นเพื่อนหาว ทั้งที่ไม่ได้ง่วงเลย

 

ว่าแต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ เป็นกลไกตามธรรมชาติของร่างกาย หรือแท้จริงแล้วเป็นเพียงสิ่งที่เราคิดไปเองกันแน่ ? ลองมาดูกันว่าวิทยาศาสตร์อธิบายเรื่องนี้ไว้อย่างไร

 

ทำไมเราจึงหาว ?

 

แม้การหาวจะเป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติของมนุษย์ แต่จนถึงปัจจุบันนักวิจัยก็ยังไม่สามารถอธิบายสาเหตุของการหาวได้อย่างชัดเจน โดยพวกเขาเชื่อว่าเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ใช่เพียงสาเหตุเดียว

 

ดร.ดักลาส พาร์แฮม นักวิทยาศาสตร์ทางด้านการพูด ประจำมหาวิทยาลัยวิชิตา อธิบายว่า การหาวเกิดจากการที่ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอหรือมีคาร์บอนไดออกไซด์สะสมมากเกินไป จึงกระตุ้นให้เรารับออกซิเจนพร้อมขับคาร์บอนไดออกไซด์อย่างรวดเร็ว ซึ่งทฤษฎีดังกล่าวเป็นทฤษฎีที่ผู้คนเชื่อกันมากที่สุด อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่าการหาวเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับออกซิเจนหรือคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดโดยตรง

 

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งทฤษฎีที่เสนอไว้ว่า การหาวอาจช่วยลดอุณหภูมิของสมอง ยืดหยุ่นอวัยวะภายใน และทำให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัวมากขึ้น จึงเชื่อกันว่าการหาวเป็นกลไกตามธรรมชาติที่ช่วยปรับสมดุลของร่างกาย โดยเฉพาะในช่วงที่ง่วง เหนื่อยล้า หรือความตื่นตัวลดลง

 

 

แล้วทำไมจึงหาวตามกัน ?

 

การที่เราเห็นคนอื่นหาวแล้วอยากหาวตาม นักวิจัยเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ว่า ‘การหาวติดต่อ (Contagious Yawning)’

 

หนึ่งในแนวคิดที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุด และสอดคล้องกับคำอธิบายของ ดร.เจมส์ จิออร์ดาโน นักประสาทวิทยา ประจำมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ คือ การหาวตามเป็น ‘พฤติกรรมเลียนแบบโดยอัตโนมัติ (Automatic Imitation)’ หรือปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘Chameleon Effect’ โดยเมื่อเราเห็นหรือได้ยินคนอื่นหาว สมองจะตอบสนองต่อสิ่งเร้านั้นโดยไม่รู้ตัว คล้ายกับเวลาที่เราเห็นคนอื่นเกาแล้วรู้สึกคันตาม เห็นคนอื่นไขว่ห้างแล้วเผลอไขว่ห้างตาม หรือแม้แต่หัวเราะตามคนอื่นทั้งที่ยังไม่รู้ว่าเรื่องนั้นตลกตรงไหน

 

นักวิจัยเชื่อว่า พฤติกรรมดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของ ‘เซลล์สมองกระจกเงา (Mirror Neurons)’ ซึ่งเป็นกลุ่มเซลล์ประสาทที่ทำงานทั้งเมื่อเราลงมือทำพฤติกรรมบางอย่างเอง และเมื่อเราเห็นผู้อื่นทำพฤติกรรมนั้น เซลล์ประสาทเหล่านี้จึงช่วยให้มนุษย์เรียนรู้จากการเลียนแบบ เข้าใจการกระทำของผู้อื่น และอาจเป็นกลไกที่ทำให้การหาวสามารถแพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้

 

อีกแนวคิดหนึ่งอธิบายว่า การหาวตามอาจเกี่ยวข้องกับ ‘ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy)’ หรือความสามารถในการรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของผู้อื่น นักวิจัยพบว่า คนมักหาวตามบุคคลที่คุ้นเคย เช่น คนในครอบครัวหรือเพื่อนสนิท มากกว่าคนแปลกหน้า นอกจากนี้ การศึกษายังพบพฤติกรรมลักษณะเดียวกันในสัตว์บางชนิด เช่น ชิมแปนซีและสุนัข โดยชิมแปนซีจะหาวตามสมาชิกในฝูงที่คุ้นเคยมากกว่าต่างฝูง ส่วนสุนัขมักหาวตามเสียงหรือการหาวของเจ้าของมากกว่าคนที่ไม่คุ้นเคย

 

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างการหาวกับความเห็นอกเห็นใจยังไม่ใช่ข้อสรุปที่ชัดเจนทั้งหมด แม้ว่าจะมีงานวิจัยจากนักวิจัยทางด้านจิตวิทยาของ Baylor University ที่พบว่า การหาวตาม ๆ กันนั้นเกี่ยวข้องกับความเห็นอกเห็นใจและความผูกพันธ์ แต่ก็มีงานวิจัยจาก Duke University ที่ไม่พบความสัมพันธ์ดังกล่าว

 

นอกจากนี้ ในปี ค.ศ. 2017 ทีมนักวิจัยจาก University of Nottingham ยังได้ศึกษากลไกการหาวติดต่อโดยใช้อาสาสมัคร 36 คน ให้ดูวิดีโอคนหาว พร้อมใช้เครื่อง Transcranial Magnetic Stimulation (TMS) กระตุ้นสมองบริเวณ Motor Cortex ซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบคุมการเคลื่อนไหว ผลการศึกษาพบว่า การห้ามตัวเองไม่ให้หาวกลับทำให้ความรู้สึกอยากหาวเพิ่มขึ้น และเมื่อกระตุ้นสมองด้วย TMS ความอยากหาวก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

 

 

หาวแบบไหนผิดปกติ ?

 

การหาวเป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ในคนทั่วไป อย่างไรก็ตาม พญ.จิตแข เทพชาตรี เวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ โรงพยาบาลสมิติเวช ชี้ว่าหากหาวบ่อยเกินไป หรือก็คือมากกว่า 1 ครั้งต่อนาที อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังมีความผิดปกติบางอย่าง

 

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือคุณภาพการนอนไม่ดี เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งทำให้ตื่นมาไม่สดชื่นและหาวบ่อยตลอดวัน ขณะที่การรับประทานอาหารปริมาณมาก โดยเฉพาะอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลสูง ก็อาจทำให้หาวมากขึ้นได้

 

นอกจากนี้ การหาวบ่อยยังอาจเกิดจากผลข้างเคียงของยา เช่น ยานอนหลับ ยาคลายกังวล ยาต้านซึมเศร้า หรือยาแก้ปวดบางชนิด และอาจสัมพันธ์กับโรคบางอย่าง เช่น ภาวะโลหิตจาง ภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมน ภาวะซึมเศร้า โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคลมชัก โรคปลอกประสาทอักเสบ (Multiple Sclerosis) ภาวะตับวาย หรือความผิดปกติของสมองบางชนิด

 

สรุป

 

การหาวเป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติของทุกคน แต่จนถึงปัจจุบันวิทยาศาสตร์กลับยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงได้ โดยคาดว่าอาจเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งการช่วยเพิ่มความตื่นตัว ปรับสมดุลการทำงานของร่างกาย และอาจมีบทบาทในการควบคุมอุณหภูมิของสมอง มากกว่าการเกิดจากการขาดออกซิเจนเพียงอย่างเดียวตามความเชื่อในวงกว้าง

 

ส่วนการหาวตามกัน หรือ Contagious Yawning นักวิจัยเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการเลียนแบบพฤติกรรมโดยอัตโนมัติ การทำงานของเซลล์สมองกระจกเงา และอาจมีความสัมพันธ์กับความเห็นอกเห็นใจ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน จึงไม่ควรใช้พฤติกรรมการหาวตามไปตัดสินลักษณะนิสัยหรือสภาพจิตใจของบุคคล

 

 

เขียน/เรียบเรียง : ธนาวัฒน์ ศุภวรรณาวิวัฒน์ - นักวิชาการโสตทัศนศึกษา โรงพยาบาลปราสาท

 

อ้างอิง :

- https://www.beartai.com/tech/science/824217

- https://www.wongnai.com/articles/contagious-yawning

- https://www.thaipbs.or.th/now/content/1690

- https://www.healthaddict.com/content/health_snap/เคยสงสัยมั้ย-ทำไมเวลาเห็นหาวแล้วต้องหาวตามทุกที-งานนี้วิทยาศาสตร์มีคำตอบ

- https://www.brandthink.me/content/why-are-yawns-contagious

- https://www.sanook.com/health/23865

- https://www.samitivejhospitals.com/th/article/detail/yawning-excessive

- https://srinagarind.md.kku.ac.th/post/58

- https://www.sciencedaily.com/releases/2017/08/170831123031

MOPH Logo
×