ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

ชวนคนไทยตรวจเต้านมด้วยตนเอง thaihealth
แฟ้มภาพ

จากสถิติพบว่า "มะเร็งเต้านม" เป็นโรคมะเร็งชนิดที่พบมากสุดเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิงไทยมายาวนานติดต่อกันหลายปี จึงไม่น่าแปลกใจหากผลสำรวจของสำนักงานมะเร็งแห่งชาติชี้ว่า

โรคร้ายชนิดนี้เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของหญิงไทยที่ร้อยละ 37 ของมะเร็งทั้งหมด มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 9 คน และมีแนวโน้มที่จะพุ่งสูงขึ้นมากกว่าเดิมอีกด้วย

นพ.ธรรมนิตย์ อังศุสิงห์ เลขาธิการ มูลนิธิถันยรักษ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กล่าวว่า แม้ในปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่ก่อให้เกิดมะเร็งเต้านมได้อย่างชัดเจน แต่ผู้ป่วยมักมีปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน ได้แก่ ปัจจัยทางพันธุกรรม โดยเชื่อว่ามียีนบางตัวกลายพันธุ์แล้วเกิดเป็นเซลล์มะเร็ง โดยกลุ่มเสี่ยงคือผู้ที่มีอายุระหว่าง 45 ถึง 50 ปี หลังจากวัยดังกล่าวจะมีอัตราเสี่ยงที่ลดลงเรื่อยๆ ตามฮอร์โมน เอสโตรเจน เนื่องจากฮอร์โมนชนิดนี้ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่กระตุ้นให้เกิดมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกด้วย รวมถึงเรื่องของเชื้อชาติที่ทำให้ความเสี่ยงของการเกิดโรคมีการเปลี่ยนแปลงได้ ยกตัวอย่างเช่น การเก็บข้อมูลในช่วงที่ผ่านมาพบว่า ผู้หญิงเอเชียมีความเสี่ยงเริ่มต้นตั้งแต่ในช่วง 35 ปีเป็นต้นไป ความเสี่ยงจะลดลงเมื่ออายุ เกิน 50 ปี  แตกต่างจากผู้หญิงชาวยุโรปที่มีความเสี่ยงเมื่ออายุเข้าสู่ปีที่ 45 และลดลงเมื่ออายุมากกว่า 60 ปี

ข้อมูลที่น่าสนใจจากผลวิจัยที่ผ่านมาคือ เมื่อหญิงชาวญี่ปุ่นได้ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ช่วงอายุและความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมจะเปลี่ยนไปในลักษณะที่มี ความใกล้เคียงกับผู้หญิงชาวอเมริกามากขึ้น นอกจากนี้ ผลสำรวจของปีที่ผ่านมาบ่งชี้ว่า ชลบุรี เป็นจังหวัดที่พบผู้ป่วยมะเร็งเต้านมมากสุดเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย เหนือกว่ากรุงเทพฯ ที่ครองอันดับ 1 มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา จึงเกิดข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า การเจริญเติบโตทางอุตสาหกรรมในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาของ จ.ชลบุรี อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวกระตุ้นให้ผู้คนในพื้นที่ดังกล่าวป่วยเป็นมะเร็งเต้านมมากขึ้น นำไปสู่ข้อสันนิษฐานว่า สิ่งแวดล้อมและอาหารการกิน อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่เป็น ตัวกระตุ้นให้เกิดมะเร็งเต้านม

นพ.ธรรมนิตย์  กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาสำคัญที่ทำให้มะเร็งเต้านมเป็นโรคร้ายที่น่ากลัวนั้น มาจากการขาดความรู้ และความเชื่อผิดๆ เช่น มักเข้าใจผิดว่า หากมีก้อนเนื้อร้ายจากมะเร็งเต้านมแล้วจะมีอาการเจ็บปวดทรมาน ทั้งที่ ในความเป็นจริง ผู้ป่วยกว่า 90% ไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ ที่บริเวณหน้าอก นอกจากนี้ หลายคนมักคิดว่าการมีลูกและให้นมบุตรจะทำให้ความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเต้านมลดลง แต่แท้จริงแล้ว ไม่มีข้อยืนยันทางการแพทย์ว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นความจริง จากความเชื่อผิดๆ เหล่านี้ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีความชะล่าใจ จึงไม่ใส่ใจเข้ารับการตรวจรักษาอย่างทันท่วงที ทั้งนี้จากข้อมูลของศิริราชพบว่า ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษามักจะอยู่ในช่วงที่ 2 และ 3 หรือแม้กระทั้งระยะที่ 4 ที่เป็นระยะสุดท้าย มีจำนวนมากกว่าการเข้ารับการรักษาในระยะที่ 1 มาก

สำหรับการรักษานั้นมีด้วยกันหลายวิธี อาทิ การผ่าตัดเอาเต้านมและต่อมน้ำเหลือง ใต้รักแร้ออก หากพบว่าเซลล์มะเร็งกระจายไป ยังต่อมน้ำเหลืองแล้ว อาจจำเป็นต้องให้ยาเคมี บำบัดร่วมกับการฉายแสงรักษาเฉพาะบริเวณนั้น อีกด้วย อย่างไรก็ตาม การรักษาด้วยวิธีนี้เกิด ผลข้างเคียงค่อนข้างรุนแรงต่อผู้ป่วย เช่น คลื่นไส้ ผมร่วง และการกดภูมิคุ้มกัน ดังนั้นการป้องกันอย่างรู้เท่าทันจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงมะเร็งเต้านม และการที่ 90%  ของมะเร็งชนิดนี้มีลักษณะเป็นก้อน

"การตรวจมะเร็งด้วยตนเอง" ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป อย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นวิธีการที่ง่ายและได้ผลที่สุด โดยมีขั้นตอน ดังนี้ ปล่อยแขนข้างลำตัวตามสบาย เปรียบเทียบเต้านมทั้งสองข้างว่ามีการบิดเบี้ยวของหัวนม หรือมีสิ่งผิดปกติหรือไม่ ประสานมือทั้งสองข้างเหนือศีรษะ หรือให้โค้งตัวมาข้างหน้า โดยใช้มือทั้งสองข้างวางบนเข่าหรือเก้าอี้ ในท่านี้เต้านมจะห้อยลงไปตรง ๆ หากมีสิ่งผิดปกติก็จะเห็นได้ชัดเจนขึ้น แล้วกลับมาอยู่ในท่าเท้าสะเอวพร้อมสำรวจหาสิ่งผิดปกติ จากนั้นโค้งฝ่ามือเพื่อปรับให้นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางอยู่ในสภาพแบนราบใช้บริเวณกึ่งกลางของนิ้ว ซึ่งมีจุดสัมผัสที่ดีและกว้างกว่าส่วนปลายนิ้ว โดยเคลื่อนนิ้ววนเป็นวงกลมเท่าเหรียญบาทในบริเวณที่จะต้องคลำอย่างทั่วถึง กด 3 ระดับ เริ่มจากกดเบาๆ เพื่อให้รู้สึกถึงบริเวณใต้ผิวหนัง กดปานกลาง เพื่อให้รู้สึกถึงกึ่งกลางของเต้านม และกดหนักขึ้น เพื่อให้รู้สึกถึงส่วนลึกใกล้ผนังปอด สังเกต ผิวเต้านมด้วยว่า มีปุ่ม ไต เกิดขึ้นหรือไม่ ทำเช่นนี้ เป็นประจำเพื่อสังเกตความเปลี่ยนแปลงว่าภายในเต้านมมีสิ่งผิดปกติที่ไม่เคยมีมาก่อนหรือไม่ หากมีความผิดปกติควรเข้ารับการรักษาจากแพทย์ทันทีแม้จะไม่ใช่มะเร็งเต้านมก็ตาม

"ความตระหนักถึงอันตรายของโรคอย่างรู้เท่าทัน โดยการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำ คือแนวทางที่ดีที่สุดในการป้องกันและรักษาโรคร้ายนี้ เพราะไม่ว่าแพทย์มีความเชี่ยวชาญเพียงใด ก็ไม่มีทางรู้จักร่างกายคุณ ดีไปกว่าตัวคุณเอง"  นพ.ธรรมนิตย์ กล่าวทิ้งท้าย

ลงชื่อเข้าใช้งาน

Error message here!

Hide Error message here!

Forgot your password?

Or register your new account on Blog

Error message here!

Error message here!

Hide Error message here!

Lost your password? Please enter your email address. You will receive a link to create a new password.

Error message here!

Back to log-in

Close