แน่นอนว่าพ่อแม่ทุกคน อยากจะปลูกฝังให้ลูกของตัวเองเป็นคนรักการอ่าน  ซึ่ง การอ่านหนังสือ  เป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพื่อการพัฒนาลูกรักของเราด้วยต้นทุนที่ไม่มาก 

7 วิธี ปั้นลูกน้อยรักการอ่าน thaihealth

แต่จะทำอย่างไรดี ถึงจะทำให้ลูกน้อยของเรารักการอ่าน และชอบอ่านหนังสือจนเป็นชีวิตจิตใจได้ วันนี้เรามีคำตอบมาฝากจาก นางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งได้ให้คำแนะนำว่า การเริ่มอ่านหนังสือให้ลูกฟัง สามารถทำได้ตั้งแต่ลูกยังอยู่ในท้องแม่ เมื่อลูกวัย 6-8 เดือน เราควรเริ่มอ่านหนังสือ หรือเล่านิทานให้ลูกฟังวันละ 10-15 นาที  โดยนักจิตวิทยาได้กล่าวว่า การอ่านหนังสือให้ลูกฟัง หากเริ่มตั้งแต่ยังเล็กยิ่งดี และควรอ่านให้ลูกฟังทุกวัน จะอ่านก่อนนอน หรืออ่านเวลาใดก็ได้ โดยไม่ใช้วิธีบังคับ ควรเป็นเวลาที่ลูกอารมณ์แจ่มใส เพราะเด็กจะซึมซับ จดจำ และมีความสุข  

7 วิธี ปั้นลูกน้อยรักการอ่าน thaihealth

นางสุดใจ เล่าเสริมอีกว่า การอ่านหนังสือยังช่วยสร้างจินตนาการได้ดีกว่าดูโทรทัศน์ เพราะผู้อ่านได้จินตนาการภาพต่างๆ จากตัวหนังสือ โดยแนะนำวิธีง่ายๆ ที่จะใช้ปลูกฝังเจ้าตัวน้อยให้หันมาอ่านหนังสือ และหลงรักการอ่านโดยไม่รู้ตัว ดังนี้

1.อุ้มลูกนั่งตัก อ่านออกเสียงสูงต่ำ ทำเสียงเล็กเสียงน้อย มีจังหวะหนักเบาขณะอ่านหนังสือให้ลูกฟัง การชวนดูภาพในหนังสือ หยอกเย้า กอด สัมผัส เคลื่อนไหว ร่างกายเด็ก จะเร้าความสนใจในตัวหนังสือ ที่เราอ่านให้ลูกฟังมากยิ่งขึ้น

2.อ่านหนังสือให้ลูกฟัง อย่างน้อยวันละ 5-15 นาที นอกจากสร้างความผูกพันในครอบครัวแล้ว ยังช่วยให้ลูกน้อยได้ใกล้ชิดและผูกพันกับการอ่านหนังสือ

3.พูดคุย-ตั้งคำถาม ขณะที่อ่านหนังสือกับลูก ใช้ช่วงเวลานี้พูดคุยและตั้งคำถาม เพื่อเป็นการต่อยอดความคิดของลูก เชื่อมโยงประสบการณ์กระตุ้นให้ลูกได้ใช้ทักษะทางภาษาและความคิด

4.ใจเย็นที่จะตอบ ขณะที่อ่านหนังสือกับลูก หากลูกตั้งคำถาม ควรตอบคำถามของลูก ไม่ควรเฉยหรือดุ เพราะวัยเด็กเป็นวัยอยากรู้อยากเห็น การได้ถามและฟังคำตอบเป็นการต่อยอดความคิดของลูก ถ้าคำถามข้อใดที่ไม่รู้ ก็พยายามหาคำตอบ โดยพยายามแสดงให้ลูกเห็นว่า การหาคำตอบของพ่อแม่นั้น สามารถหาได้จากการอ่านหนังสือ

7 วิธี ปั้นลูกน้อยรักการอ่าน thaihealth

5.การเล่านิทาน ถ้าเป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ แนะนำให้อ่านตามหนังสือทุกตัวอักษร ไม่ต้องกลัวว่าลูกจะไม่สนุก เพราะว่าถ้าหากหนังสือเล่มนั้นเนื้อหาดี วิธีการเล่าถือเป็นประเด็นรอง และใช้วิธีชี้ตัวหนังสือที่เราอ่านไปพร้อมๆกัน จะช่วยให้เด็กจดจำในเรื่องภาษาได้ดี หนังสือเด็กที่ได้รับการคัดสรรจะมีภาพที่พิถีพิถันและคำสละสลวย

6.จัดมุมหนังสือในบ้าน มีมุมที่แสงสว่างเพียงพอ อากาศถ่ายเท สร้างบรรยากาศห้องสมุดในบ้าน ให้ลูกได้หัดเลือกหนังสือ และอ่านหนังสือด้วยตัวเอง

7.จัดสรรเวลาทอง จัดช่วงเวลาให้คนในครอบครัวอ่านหนังสือร่วมกัน อย่างน้อยวันละนิดก็ยังดี การทำให้ดูเป็นตัวอย่างนั้น เป็นสิ่งสำคัญที่ละเลยไม่ได้

เชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนอยากจะให้ลูกได้ในสิ่งที่ดีที่สุดอยู่แล้ว และเด็กทุกคนมีความสามารถที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัว หากได้รับการสอนที่ถูกต้องแล้ว เด็กก็จะเติบโตมาเป็นเด็กที่น่ารัก และมีความสุข 

 

 

เรื่องโดย : เสาวลักษณ์ พิสิษฐ์ไพบูลย์ Team Content www.thaihealth.or.th