ที่มา : เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข

ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ

วัคซีนปลอดภัย สู้มะเร็งปากมดลูก thaihealth

แฟ้มภาพ

“กรมควบคุมโรค” กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกมีความปลอดภัย และพร้อมให้บริการทั่วประเทศ  ส่วนอาการเด็กหญิงหลังได้รับวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (เอชพีวี) แพทย์วินิจฉัยว่าเกิดจากโรคประจำตัว และขอให้เน้นหลังได้รับวัคซีนควรรอสังเกตอาการอย่างน้อย 30 นาที

นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่าจากที่มีข่าวพบเด็กหญิงจำนวนหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก มีอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (เอชพีวี) นั้น จากการสอบสวนโรคเบื้องต้น แพทย์ประเมินอาการเบื้องต้นพบมี 4 ราย ส่งต่อโรงพยาบาล และแพทย์ในโรงพยาบาลทำการประเมินและสังเกตอาการ ก่อนให้ผู้ป่วย 3 รายกลับบ้านได้ ส่วนอีก 1 ราย รับการรักษาต่อในโรงพยาบาล ซึ่งผู้ป่วยรายนี้มีประวัติเป็นหอบหืด ก่อนรับวัคซีน 2 วัน ผู้ป่วยมีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก โดยปกติผู้ป่วยจะพ่นยาแก้หอบหืดทุกวัน เช้า-เย็น แต่ในวันที่รับวัคซีน ผู้ป่วยไม่ได้พ่นยามาจากบ้าน แพทย์วินิจฉัยว่าเกิดจากโรคประจำตัว (โรคหอบหืด) 

ซึ่งล่าสุดผู้ป่วยรู้สึกตัวดี พูดคุยได้ปกติ แพทย์ยังคงให้รักษาตัวต่ออีก 1-2 วัน เพื่อสังเกตอาการและให้การรักษาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามกรมควบคุมโรค ได้มอบหมายให้สำนักงานป้องกันควบคุมโรค ที่ 2 พิษณุโลก ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก ติดตามสถานการณ์และความคืบหน้าของเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด  ส่วนกรณีนักเรียนที่รอแล้วมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก ลักษณะดังกล่าวเรียกว่าอุปทานหมู่ ซึ่งเกิดจากอาการวิตกกังวลและกลัวการฉีดวัคซีน ทั้งนี้ เหตุการณ์ลักษณะนี้พบได้บ่อย หากมีคนหนึ่งมีอาการผิดปกติ ก็สามารถกระตุ้นให้เด็กคนอื่นๆ มีอาการร่วมด้วย

นายแพทย์เจษฎา กล่าวอีกว่า สำหรับวัคซีนเอชพีวีนั้น เป็นวัคซีนเชื้อตายที่มีความปลอดภัย ส่วนอาการไม่พึงประสงค์ภายหลังการได้รับวัคซีนนั้นมักไม่รุนแรง อาการที่พบบ่อย ได้แก่ อาการปวด บวมแดง คัน ซึ่งเกิดบริเวณที่ฉีดวัคซีน บางรายอาจมีไข้ และปวดศีรษะ ส่วนอาการไม่พึงประสงค์รุนแรงมีโอกาสพบได้แต่น้อยมาก อย่างไรก็ตาม หลังจากให้วัคซีนแล้วควรพักรอสังเกตอาการภายหลังได้รับวัคซีนอย่างน้อย 30 นาที หากพบผู้ป่วยที่มีอาการหรือมีความผิดปกติหลังได้รับวัคซีน เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการจะได้ให้การดูแลเบื้องต้นและส่งต่อผู้ป่วย ในกรณีที่มีอาการรุนแรงไปโรงพยาบาลต่อไป

ในการฉีดวัคซีนเอชพีวีครั้งนี้ เริ่มดำเนินการฉีดวัคซีนตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2560 นี้เป็นต้นไป โดยจะฉีดในเด็กหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งมีอยู่ประมาณ 4 แสนคนทั่วประเทศ การฉีดวัคซีนให้เด็กหญิงในช่วงอายุ 10–12 ปี จะมีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันมะเร็งปากมดลูก เนื่องจากเป็นการป้องกันตั้งแต่ยังไม่ติดเชื้อเอชพีวี คือก่อนการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ดังนั้นการป้องกันตั้งแต่แรกจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะโรคมะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 2 ในผู้หญิงไทย และเมื่อมะเร็งอยู่ในระยะลุกลามแล้วจะมีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาค่อนข้างสูง หากประชาชนมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

ลงชื่อเข้าใช้งาน

Error message here!

Hide Error message here!

Forgot your password?

Or register your new account on Blog

Error message here!

Error message here!

Hide Error message here!

Lost your password? Please enter your email address. You will receive a link to create a new password.

Error message here!

Back to log-in

Close