อนาคตวัยทำงานติดบุหรี่มากขึ้น...จริงหรือ

 

         สถานการณ์การสูบบุหรี่ของประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในปี 2558 พบว่ามีผู้สูบบุหรี่จำนวน 10.9 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 19.9 ส่วนใหญ่เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง มีผู้สูบเป็นครั้งคราวเพิ่มขึ้น เนื่องจากความอยากรู้อยากลองของผู้สูบ ในปี 2554 มีผู้สูบบุหรี่เป็นครั้งคราวเพียง 590,528 คน และเพิ่มขึ้นในปี 2558 เป็นจำนวน 1,545,896 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นมากเป็นสัญญาณเตือนบ่งบอกให้เห็นว่ามีผู้สูบหน้าใหม่เพิ่มขึ้นเนื่องจากเป็นกลุ่มวัยรุ่น เป็นวัยคึกคะนอง ความอยากรู้ อยากลอง เห็นเพื่อนสูบ เลยสูบตามเพื่อน คิดว่าเท่ เก๋ รับเอาค่านิยมผิดๆ จากดาราที่ชื่นชอบสูบบุหรี่เป็นต้นแบบที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งส่งผลต่อตนเอง และคนรอบข้างพลอยได้รับควันบุหรี่ตามมา และทำให้ในอนาคตกลุ่มวัยทำงานจะติดบุหรี่มากขึ้น

         บุหรี่เป็นภัยร้ายที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต เสียเงินทอง และนำไปสู่ปัญหาโดยตรงต่อตัวเอง เช่น ทำให้มีกลิ่นตัว และกลิ่นติดเสื้อผ้า คนรอบข้างรังเกียจ สุขภาพฟันและเหงือกไม่แข็งแรง   ฟันมีคราบเหลือง มีกลิ่นปาก ริมฝีปากดำคล้ำ เล็บเหลือง ผิวพรรณไม่สดใส ดูแก่ก่อนวัย มีรอยตีนกาเร็วขึ้น อาการไอเรื้อรัง และส่งผลต่อครอบครัวและคนรอบข้างต้องสูดควันบุหรี่ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ที่เกิดจากการสูดควันบุหรี่ คือ โรคมะเร็งปอด ถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจหลอดเลือด เส้นเลือดสมองและหัวใจตีบ สมรรถภาพทางเพศเสื่อม หากสตรีมีครรภ์อาจทำให้แท้งลูกได้ ทำให้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต หากมีลูกหลานที่มีอายุน้อยๆ อาศัยอยู่ในบ้านจะทำให้เด็กมีพัฒนาการทางร่างกายและสมองช้ากว่าปกติ และสี่ยงต่อการพิการด้านสมองของเด็กอีกด้วย  

          ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ หากไม่อยากให้สิ่งเลวร้ายเหล่านี้เกิดขึ้นกับตัวคุณและคน ในครอบครัว รวมทั้งคนรอบข้างที่คุณรัก ควรงดสูบบุหรี่ตั้งแต่วันนี้จะได้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ลูกหลาน ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่เป็นอนาคตของประเทศชาติต่อไป  

แหล่งข้อมูล :     บุหรี่ ยาเสพติด คนรุ่นใหม่ไม่สูบบุหรี่ สสส.

                   กองสุขศึกษา สุขบัญญัติแห่งชาติ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ