ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด

แนะดูแลสุขภาพ \'ผม\' ชี้ \'ดัดย้อม\' ยิ่งเร่งให้ร่วง! thaihealth

แฟ้มภาพ

          ผศ.นพ.รัฐพล ตวงทอง หัวหน้าสาขาโรคเส้นผมและการผ่าตัดปลูกถ่ายเส้น ผม ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล อนุกรรมการประชา สัมพันธ์ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การดูแลเส้นผมโดยทั่วไปจะอาศัยหลักการรักษาสุขภาพแบบง่ายๆ คือ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่เครียด นอกจากนั้นยังต้องเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ผมเสีย เช่น การทำเคมี ทั้งยืดดัดย้อมผมบ่อยเกินไป ก็ทำให้ผมร่วงก่อนวัยอันควร

          "หมั่นสังเกตสัญญาณเริ่มต้นของอาการผมบางศีรษะล้าน โดยเริ่มจากมีผมร่วงเกินวันละ 100 เส้น และอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อาการอักเสบของหนังศีรษะ หนังศีรษะมัน มีแผล ฝี รังแค เป็นต้น ซึ่งหากเกิดความผิดปกติก็ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม" ผศ.นพ.รัฐพลกล่าว

          ผศ.นพ.รัฐพลกล่าวต่อว่า เส้นผมของคนเราเป็นโปรตีน เปลือกของผิวผม จะมีลักษณะคล้ายกับกระเบื้องหลังคาบ้าน หากดัดหรือย้อมผมมากเกินไป ตัวผิวพวกนี้มันจะเกิดการกระเดิดหรือยกขึ้นมา จึงทำให้เกิดการหงิกงอได้ เส้นผมเป็นส่วนหนึ่งในร่างกายที่มีการผลิตมากทีเดียว แต่เมื่อพอผลิตแล้วก็หลุดร่วงออกไป โดยการหลุดร่วงของผมขึ้นกับวงจรการเติบโตของเส้นผม ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 ระยะ ดังนี้

          1.ระยะการเจริญเติบโต คือระยะที่ต่อมรากผมจะอยู่ลึกที่สุดในชั้นหนังแท้ โดยมีหลอดเลือดมาหล่อเลี้ยงอยู่มากมาย และจะใช้เวลาประมาณ 1,000 วัน หรือ 3 ปี ในการเจริญเติบโตเป็นเส้นผม เส้นผมทั้งศีรษะประมาณ 85-90 เปอร์เซ็นต์ จะอยู่ในระยะการเจริญเติบโตนี้

          2.ระยะหยุดการเจริญเติบโต ต่อมรากผมจะหยุดการแบ่งเซลล์ แต่ต่อมรากผมจะค่อยๆ เลื่อนสูงขึ้นไปเรื่อยๆ โดยทั่วไประยะนี้จะใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์

          3.ระยะพัก ซึ่งเป็นระยะสุดท้ายของเส้นผมเมื่อต่อมรากผมเลื่อนสูงขึ้นจนถึงบริเวณของเซลล์ต้นกำเนิดแล้ว ผมของคนก็จะเข้าสู่ระยะพัก ซึ่งจะเป็นเพียงช่วงสั้นๆ ประมาณ 100 วันหรือ 3 เดือน ทั้งนี้ 10 เปอร์เซ็นต์ของเส้นผมทั้งศีรษะจะอยู่ในระยะพักนี้ ก่อนที่เซลล์ต้นกำเนิดจะส่งสัญญาณให้ต่อมผมเลื่อนลงมาอีกครั้ง เพื่อให้มีการสร้างผมใหม่ โดยเส้นผมใหม่ที่สร้างขึ้นใหม่จะดันผมเก่าให้หลุดร่วงไป

          ผศ.นพ.รัฐพลกล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาเรื่องผมหงอกก่อนวัยนั้น เกิดขึ้นจากพันธุกรรมและกรรมพันธุ์ ซึ่งเป็นตัวกำหนด แต่ก็มีปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย คือ เรื่องของความเครียด พวกสารเคมี การสูบบุหรี่ เรื่องของการใช้ยาต่างๆ ซึ่งทำให้มีภาวะผมร่วงมากขึ้นบางครั้ง อาจมากถึง 200 เส้นต่อวัน

          เมื่ออายุมากขึ้น นอกจากผมที่อาจจะหงอกเพิ่มขึ้นแล้ว ผมก็จะมีลักษณะเหี่ยวเหมือนกัน เพราะเปลือกผมจะเป็นริ้วรอยจากการเสียดสีของหวี ดังนั้นยิ่งหวีผมมากเท่าไหร่ ผมยิ่ง "เหี่ยว" มากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ความร้อนและสารเคมีที่เราใช้กับเส้นผม เช่น  การรีดผมหรือดัดผม ถือเป็นตัวการสำคัญทำให้เปลือกผมเป็นริ้วรอยมากขึ้น ทำให้ระยะการเจริญเติบโตของผมสั้นลง จำนวนเส้นผมจะน้อยลงอย่างน้อยๆ 10 เปอร์เซ็นต์และในทุกช่วงอายุ 10 ปี ขนาดของเส้นผมของคนเราจะเล็กลง

          ดังนั้นการดูแลถนอมเส้นผมเป็นสิ่งสำคัญ ควรบำรุงด้วยครีมนวดผม หากรีดผมหรือดัดผม ก็ไม่ควรทำบ่อยจนเกินไป ซึ่งการย้อมผมก็คล้ายกัน ไม่ควรทำบ่อยเกินไป และควรเลือกสีย้อมผมตามธรรมชาติ แต่ก็จะมีข้อเสียคือ จะติดไม่ทนเท่ายาย้อมผมประเภทสารเคมี

          "สำหรับคนที่มีปัญหาผมร่วงเยอะขึ้นเรื่อยๆ ควรไปปรึกษาแพทย์ โดยแนวทางการรักษานั้น แพทย์จะให้คำปรึกษาและรักษาด้วยการทายาและรับประทานยาใน 1 ปีแรก หากยังไม่ได้ผลก็จะรักษาด้วยการปลูกถ่ายเส้นผม ซึ่งมีหลากหลายวิธีให้เลือกในปัจจุบัน" ผศ.นพ.รัฐพลกล่าว