เรื่องโดย : กิดานัล กังแฮ Team Content www.thaihealth.or.th

หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องของ “ดนตรีบำบัด” กันมาบ้างแล้ว จากงานวิจัยหลายชิ้นที่ระบุว่า ดนตรีมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายเรื่อง ทั้งลดความเจ็บปวด ลดความเครียด นอนไม่หลับ ตลอดจนควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจได้เลยทีเดียว ว่าแต่ที่ว่ารักษาโรคต่างๆ ได้นั้น จะจริงหรือเท็จอย่างไร วันนี้มีคำตอบค่ะ

รักษาโรคด้วย ?ดนตรี? ก็ได้หรือ? thaihealth

จากบทพระราชนิพนธ์ตอนหนึ่งทางด้านดนตรี ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ว่า “ ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก” มีความสำคัญต่อมนุษย์มายาวนาน ทั้งในประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคอริสโตเติล และเพลโต ในสมัยสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง แพทย์ได้ว่าจ้างนักดนตรีมาช่วยในการรักษาฟื้นฟูสภาพกายและใจของเปล่าทหารผ่านศึก หลังจากจากนั้นดนตรีบำบัดได้มีความก้าวหน้าจนถึงปัจจุบัน

รักษาโรคด้วย ?ดนตรี? ก็ได้หรือ? thaihealth

“เสียงดนตรีเป็นเสียงที่มีความพิเศษ และน่าอัศจรรย์มาก เพราะนอกจากจะเป็นเสียงที่ทำให้ผ่อนคลายและแสดงอารมณ์ต่างๆ ได้แล้วยังช่วยในเรื่องของการรักษาทั้งด้านจิตใจ และร่างกาย” ดร.สุขพัชรา ซิ้มเจริญ ศึกษานิเทศก์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษทางด้านสมอง กล่าวในกิจกรรม "ดนตรี" มีผลต่อการพัฒนาสมอง ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ได้อย่างไร ณ ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส.

ดร.สุขพัชรา ให้ข้อมูลว่า จังหวะของเครื่องดนตรีมีผลต่อสมองต่างกัน เช่น ดนตรีจังหวะช้า ช่วยกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ ส่งผลให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ จิตผ่อนคลาย เกิดการจดจำได้ดี ในขณะที่ ดนตรีจังหวะเร็ว จะทำให้รู้สึกตื่นตัว และสนุกนานจะกระตุ้นอารมณ์และสมองให้แจ่มใส มีความสุข

ทั้งนี้ จังหวะดนตรีที่เหมาะสมควรมีจังหวะ 70-80 ครั้ง/นาที = การเต้นของหัวใจ เป็นจังหวะที่พอดีทำให้สมองหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) หรือสารแห่งความสุขออกมา ทำให้เรามีความสดชื่น มีความตื่นตัว แจ่มใส มีบุคลิกภาพที่ดีมีความสุข ทำให้การทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกายเป็นไปตามปกติ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรง

สำหรับเรื่องการนำดนตรีมาใช้รักษาความเจ็บป่วย ได้มีการศึกษาค้นคว้าวิจัยอย่างจริงจังกว่า 50 ปี โดย Buckwalter et.al 1985 พบว่า ดนตรีมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกายและจิตใจของมนุษย์ สามารถนำมาใช้ในทางการแพทย์เรื่อง ลดความกังวล ความกลัว เพิ่มการเคลื่อนไหว สร้างแรงจูงใจ ผ่อนคลาย จูงใจให้เกิดสติได้ ในขณะที่ Munro and Mount 1986 ได้ศึกษาตัวอย่างผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะสุดท้ายอายุ 15 ปี ซึ่งเผชิญกับอาการปวด พบว่า การใช้ดนตรีสามารถลดความกังวลของผู้ป่วยได้ แต่ก็ยังสรุปได้ไม่ชัดเจนเรื่องของการลดความเจ็บปวด และความทุกข์ทรมานจากความปวดจากโรค

ด้าน จิรภี สุนทรกุลณชลบุร 2003 ได้ศึกษาผลของดนตรีบำบัดต่อการลดความกังวล และความเจ็บปวดในผู้ป่วยมะเร็ง พบว่า ดนตรีสามารถลดความกังวลในผู้ป่วยได้ แต่ยังสรุปไม่ได้เรื่องการลดความปวดเช่นเดียวกันกับ Munro and Mount

 

 

ลักษณะของดนตรีบำบัดควรเป็นแบบไหน

(ข้อมูลจาก : คู่มือดนตรีเพื่อพัฒนากายและใจ โครงการพัฒนาสุขภาวะและคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังผู้หญิงด้วยกิจกรรมทางกายและใจในชีวิตประจำวัน สำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส.)

1. ควรเป็นเพลงบรรเลง ไม่ควรมีเนื้อร้อง มีเสียงตามธรรมชาติ เช่น เสียงนก น้ำตก เป็นต้น

2. มีจังหวะที่ช้า มั่นคง สม่ำเสมอประมาณ 70-80 ครั้ง/นาที และมีทำนองราบเรียบ นุ่มนวล ระดับเสียงปานกลาง-ต่ำ

3.  ความเข้มของเสียงไม่ดังมาก ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของผู้ฟัง เนื่องจากความดังสามารถกระตุ้นให้มีความเจ็บปวดของผู้ป่วยให้เพิ่มมากขึ้นได้

4.ประเภทของดนตรีที่นิยมใช้ อาทิ พิณ เปียโน กีตาร์ วงออร์เคสตร้า แจ๊สแบบช้า ป๊อป คลาสสิค เป็นต้น

5.ดนตรีที่ผู้ฟังมีความคุ้นเคย และความชอบ

รักษาโรคด้วย ?ดนตรี? ก็ได้หรือ? thaihealth

7 ความมหัศจรรย์ของดนตรีบำบัด

(ข้อมูลจาก : ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส.)

1. ลดความเจ็บปวด

คนไข้ที่ผ่านการผ่าตัดเมื่อได้ฟังดนตรีจะลดอาการปวดและต้องการใช้ยาแก้ปวดน้อยลง

2. ทำให้เลือดลมดี

ฟังเพลงท่อนเพลงค่อยๆเพิ่มความดังที่ละน้อย ทำให้เส้นเลือดขยายเลือดลมเดินสะดวก

3. ควบคุมการหายใจ

เพลงจังหวะเร็วทำให้อัตราการหายใจ การเต้นของหัวใจ ความดันเลือดเพิ่มขึ้น

4.ช่วยให้ฟื้นตัวเร็ว

ในทารกที่คลอดก่อนกำหนด มีการทดสอบพบว่า ดนตรีบำบัดสามารถช่วยลดจำนวนวันที่อยู่ในตู้อบและเพิ่มน้ำหนักตัวได้

5. ชะลอชรา

ดนตรีช่วยสร้างโกรทฮอร์โมน มีการศึกษาพบว่านักดนตรีวัย 45-65 ปี มีคามจำและประสาทการฟังดีกว่าคนที่ไม่ได้เล่น

6.ต้านซึมเศร้า

ช่วยลดความเครียด ความกังวล และไม่อยากอาหารของผู้ป่วยได้

7.กระตุ้นสมอง

การฟังดนตรีช่วยกระตุ้นสมองส่วนฮิปโปแคมปัส เพิ่มประสิทธิภาพในส่วนความจำระยะยาวของสมอง

ดนตรีบำบัด เป็นการนำศาสตร์แห่งศิลปะมาประยุกต์ใช้ในเชิงการรักษา ซึ่งนับเป็นการค้นคว้าที่น่าสนใจถึงประสิทธิผลทางการรักษา และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยในปัจจุบันยังไม่อาจสรุปได้แน่ชัดว่าดนตรี และเสียงเพลงสามารถส่งผลทางการรักษาโรคได้จริง

ดังนั้น การรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงด้วยการกินอาหารที่ดีต่อร่างกาย ไม่ดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่ ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ยังคงเป็นวิธีสุดคลาสสิคที่ช่วยให้เราห่างไกลโรคได้ดีที่สุดค่ะ

ลงชื่อเข้าใช้งาน

Error message here!

Hide Error message here!

Forgot your password?

Or register your new account on Blog

Error message here!

Error message here!

Hide Error message here!

Lost your password? Please enter your email address. You will receive a link to create a new password.

Error message here!

Back to log-in

Close