ภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด (Neonatal hyperbilirubinemia) พบบ่อย และเป็นปัญหาสำคัญ ต้องให้การวินิจฉัย และรักษาในเวลาที่เหมาะสม หากวินิจฉัยไม่ได้หรือมาพบแพทย์เมื่อพ้นระยะเวลาที่จะรักษาได้ผลดี ย่อมทำให้ผู้ป่วยมีอาการมาก หรือสูญเสียหน้าที่ของอวัยวะบางอวัยวะ จนไม่สามารถกลับคืนสู่ภาวะปกติได้ เหตุผลเหล่านี้จึงเป็นสิ่งจําเป็นที่ต้องให้ความสนใจและรักษาภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิดเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนดังกล่าว การส่องไฟรักษา  (phototherapy) เป็นวิธีการหนึ่งที่ได้ผลในการบำบัดรักษาภาวะ Neonatal hyperbilirubinemia แต่การใช้ phototherapy นั้นหากไม่มีการเฝ้าระวังการใช้ phototherapy ที่เหมาะสม อาจส่งผลเกิดแทรกซ้อนต่างๆ ได้ ภาวะขาดน้ำ (dehydration) เป็นภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ และพบได้บ่อย โรงพยาบาลปราสาทได้มีแนวทางการเฝ้าระวังภาวะ Dehydration  โดยการตรวจติดตาม urine specific gravity (Urine sp. Gr.)โดยการแปะถุง Urine collector ซึ่งวิธีการนี้พบปัญหาบ่อย เนื่องจากเมื่อทารกเปลี่ยนท่าหรือดิ้น Urine collector มักเลื่อนหลุดทำให้เมื่อทารกถ่ายปัสสาวะ ปัสสาวะรั่วออกมานอกถุงหมดไม่สามารถเก็บ Urine sp.gr. ได้ และในบางครั้งทารกถ่ายอุจจาระออกมาปนเปื้อนใน Urine collector ทำให้ค่าที่อ่านมีการคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ส่งผลให้ต้องทำการเก็บใหม่ซ้ำๆ ทำให้เกิดการวินิจฉัยภาวะ dehydration เพื่อวางแผนการรักษาที่ล่าช้าออกไป  และการใช้ Urine collector แต่ละครั้งมีผลข้างเคียงทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังรอบๆ บริเวณอวัยวะเพศทารกเป็นอย่างมากเนื่องจากผิวหนังทารกแรกเกิดมีความบอบบางมาก อีกทั้งเป็นการทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จึงทำให้ผู้วิจัยเกิดคำถามและหาวิธีปรับแก้ไขกับปัญหาดังกล่าว การศึกษานี้ทำขึ้นเพื่อเปรียบเทียบผลของ Urine specific gravity ระหว่างการเก็บโดยใช้สำลีก้อนและUrine collector โดยรูปแบบการวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive statistic) กลุ่มตัวอย่างในการศึกษานี้เป็นทารกแรกเกิดที่ได้รับการวินิจฉัยจากกุมารแพทย์ว่ามีภาวะ Neonatal hyperbilirubinemia และบำบัดรักษาด้วย phototherapy แผนก Nursery โรงพยาบาลปราสาท จำนวน 62 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการการศึกษานี้คือ แบบบันทึกข้อมูล ประกอบด้วย 2 ส่วนได้แก่ ข้อมูลทั่วไป และผลการเก็บ Urine sp.gr. จำนวนครั้งของการเก็บ urine, ค่าใช้จ่ายในการเก็บ และการระคายเคืองผิวหนังของทารกแรกเกิด ระยะเวลาในการเก็บข้อมูลเริ่มตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ – 10 พฤษภาคม 2557 และใช้สถิติเชิงพรรณนาได้แก่ ร้อยละ (percentage) ค่าเฉลี่ย (mean) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) และสถิติวิเคราะห์ได้แก่ Independent t-test และ Mann Whitney U test ผลการศึกษาพบว่าการเก็บ Urine เพื่อตรวจหาค่า Urine sp.gr. การระคายเคืองของผิวหนัง และค่าใช้จ่าย ระหว่างวิธีการใช้สำลีก้อนกับ Urine collector มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (p-value <0.001) สำหรับการเปรียบเทียบจำนวนครั้งของการเก็บ Urine ระหว่างการใช้สำลีก้อนและการใช้ Urine collector พบว่าไม่มีความแตกต่าง

การใช้สำลีก้อนเก็บ Urine เพื่อตรวจค่า Urine sp. gr.ในหน่วยงานทารกแรกเกิด ร.พ. ปราสาท สามารถใช้ในการประเมินภาวะ dehydration ในเบื้องต้นของทารกแรกเกิดที่มีภาวะ Neonatal hyperbilirubinemia และบำบัดรักษาด้วย phototherapy ได้ แต่เพื่อความแม่นยำและปลอดภัยควรใช้ร่วมกับการประเมินอาการอื่นๆ ร่วมด้วยนอกจากนี้ยังพบว่า ลดการระคายเคืองของผิวหนัง และช่วยลดค่าใช้จ่ายสำหรับครอบครัวของทารกแรกเกิดและโรงพยาบาลได้ สำหรับการทำวิจัยครั้งต่อไปควรมีการควบคุม confounder อื่น ที่อาจมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงค่า Urine sp.gr. อาจมีการขยายกลุ่มตัวอย่างไปยังโรงพยาบาลข้างเคียงเพื่อเปรียบเทียบผลการศึกษา และควรมีการทำการศึกษาเกี่ยวกับการควบคุมการติดเชื้อด้วยวิธีการเก็บ Urine ระหว่าง สำลีก้อน และUrine collector กับเกิดการติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศทารกแรกเกิดเพื่อเป็นการเฝ้าระวังการควบคุมและป้องกันโรคติดเชื้อในอนาคต

KEY WORDS: Neonatal hyperbilirubinemia / phototherapy / Urine sp.gr. / Urine collector / สำลีก้อน

ลงชื่อเข้าใช้งาน

Error message here!

Hide Error message here!

Lost your password? Please enter your email address. You will receive a link to create a new password.

Error message here!

Back to log-in

Close