การวิจัยเรื่องปัจจัยที่มีผลต่อการกลับมารักษาซ้ำของผู้ป่วยเด็กที่มีไข้แผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลปราสาท  จ. สุรินทร์ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาอุบัติการณ์ การกลับมารักษาซ้ำของผู้ป่วยเด็กที่มีไข้  ศึกษาความรู้ เจตคติและการปฏิบัติตัวในเรื่องการดูแลผู้ป่วยเด็กที่มีไข้และเพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการกลับมามารักษาซ้ำของผู้ป่วยเด็กที่มีไข้ กลุ่มตัวอย่างคือพ่อ แม่ หรือ ผู้ปกครอง ที่พาบุตรหลานมารักษาที่แผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลปราสาท อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ โดยการสุ่มแบบเจาะจง จำนวน 60 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่แบบสอบถาม ซึ่งประกอบด้วยข้อมูล 4 ส่วน คือ ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับผู้ปกครองและเด็ก  ด้านความรู้ในการดูแลเด็กที่มีไข้ ด้านเจตคติ  และด้านพฤติกรรมในการดูแลเด็กที่มีไข้ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ และ ทดสอบความเชื่อมั่นของ(Reliability)โดยวิธีอัลฟาของครอนบาค(Cronbach’ Coefficiency Alpha) มีค่าเท่ากับ 0.62 เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการตอบแบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างระหว่างวันที่ 1 – 31 มกราคม 2551 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและสถิติวิเคราะห์ได้แก่ chi – square test 

      ผลการวิจัยพบว่ามีอุบัติการณ์ การกลับมารักษาซ้ำคิดเป็นร้อยละ 36.7  ความรู้ของผู้ปกครอง พบว่าส่วนใหญ่มีระดับความรู้ต่ำร้อยละ 55  มีเพียงส่วนน้อยที่มีระดับความรู้สูงร้อยละ 13.3   เจตคติของผู้ปกครอง พบว่าส่วนใหญ่มีระดับเจตคติสูงร้อยละ 51.7  มีเพียงส่วนน้อยที่มีเจตคติระดับต่ำร้อยละ 5.0 และพฤติกรรมของผู้ปกครอง  พบว่าส่วนใหญ่มีระดับพฤติกรรมอยู่ในระดับสูงร้อยละ 83.3 

เมื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่างๆกับการกลับมารักษาซ้ำพบว่าไม่มีปัจจัยใดมีผลต่อการกลับมารักษาซ้ำของเด็กที่มีไข้

      จากข้อค้นพบดังกล่าว สามารถนำไปเป็นแนวทางพัฒนาโดยพยาบาลควรเน้นให้ความรู้เรื่องโรคเกี่ยวกับเด็กที่ค้นพบใหม่ และให้ความรู้เกี่ยวกับภาวะไข้และการดูแลเบื้องต้นที่ถูกต้องแก่ผู้ปกครอง ควรเน้นพัฒนาทักษะในการดูแลเด็กขณะอยู่บ้านเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการดูแลบุตร โดยจัดกลุ่มกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน จัดกิจกรรมให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ จัดให้มีระบบบริการสายด่วนให้คำปรึกษานอกเวลา โดยมีพยาบาลเป็นผู้ให้คำปรึกษา แก่ผู้รับบริการอย่างต่อเนื่อง