• darkblurbg
    โรงพยาบาลปราสาทจัดกิจกรรมรณรงค์วันเอดส์โลก
    โรงพยาบาลปราสาทจัดกิจกรรมรณรงค์วันเอดส์โลก
  • darkblurbg
    โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพการให้คำปรึกษาแบบคู่ เพื่อตรวจการติดเชื้อเอชไอวี
    โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพการให้คำปรึกษาแบบคู่ เพื่อตรวจการติดเชื้อเอชไอวี
  • darkblurbg
    ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 9 ตรวจเยี่ยมราชการ วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560
    ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 9 ตรวจเยี่ยมราชการ วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560
  • darkblurbg
    ประชุมจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาโรงพยาบาล วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560
    ประชุมจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาโรงพยาบาล วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560
  • darkblurbg
    รับเสด็จพระเจ้าหลานเธอพระองค์อทิตยาทรกิติคุณ วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๕.๐๐ น.
    รับเสด็จพระเจ้าหลานเธอพระองค์อทิตยาทรกิติคุณ วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๕.๐๐ น.

ตารางการให้บริการ

ตามคลินิกต่าง ๆ ตามวันและเวลา

เบอร์โทรศัพท์ภายใน

เบอร์โทรศัพท์หน่วยงานต่าง ๆ ภายในโรงพยาบาลปราสาท.

เบอร์โทรศัพท์ภายนอก

เบอร์โทรศัพท์ เพื่อใช้ติดต่อหน่วยงานภายนอก.

ภาพกิจกรรม

รวมภาพเหตุการ กิจกรรม ที่หน่วยงานโรงพยาบาลปราสาท จัดขึ้น.

ผลงานเด่น

รวมผลงานเด่นด้านต่าง ๆ ของ รพ.ปราสาท ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน.

บทความ

บทความ เกล็ดความรู้ด้านสุขภาพ.

งานวิจัย

รวมผลงาน การพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย จากนักวิจัย รพ.ปราสาท.

ดาวน์โหลด

เอกสารการบรรยาย คู่มือ ใบลา.

คู่มือผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพ

วิธีการใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพเมื่อเจ็บป่วย ของประชาชน.

W E B B O A R D

# หัวข้อกระทู้ อ่าน ###
1 ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อจัดทำผลงานวิชาการ 920 อ่าน.
2 ประกาศรายชื่อผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อบรรจุบคคลเข้ารับราชการ ในสังกัดโรงพยาบาลปราสาท 1463 อ่าน.
3 ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อทำผลงานวิชาการ 777 อ่าน.
4 แจ้งข่าวสารถามตอบข้อมูลการใช้งาน HOSxP , HOSxP_PCU 894 อ่าน.

เรื่องโดย :  พัชรี บอนคำ Team content www.thaihealth.or.th

เรียบเรียงข้อมูลจาก :หนังสือผักเกษตรอินทรีย์ แตกต่างจากผักอื่นอย่างไร? โดยศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

3 กลเม็ดเคล็ด(ไม่)ลับ เก็บผักให้นาน thaihealth

แฟ้มภาพ

ผักและผลไม้เป็นอาหารที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย การกินผักและผลไม้ให้เป็นประจำทุกวันไม่ต่ำกว่า 400 กรัมตามที่องค์การอนามัยโลกได้กำหนดไว้ จะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่าง ๆ แต่การจะกินผักให้มีประโยชน์นั้นสิ่งสำคัญคือ ผักต้องสด สะอาด พร้อมที่จะนำไปประกอบอาหารให้ตนเองและคนที่เรารักได้กิน

วันนี้เราจะมาบอกกลเม็ดเคล็ด(ไม่)ลับ เก็บผักให้นานกว่าเดิมกันค่ะ

1.กลุ่มผักเน่าเสียง่าย

เช่น เห็ด ผักชี ผักกาดหอม ถั่วงอก ถั่วฝักยาว ผักบุ้ง ชะอม ผักเหล่านี้มักเหี่ยวง่ายและเหลืองอย่างรวดเร็ว แม้จะเก็บอยู่ในตู้เย็นก็ไม่ช่วยยืดอายุมากนัก ทางที่ดีที่สุดคือ บรรจุผักในถุงพลาสติกแล้วเก็บไว้ในตู้เย็น โดยถุงพลาสติกจะต้องสะอาดและแห้ง จะช่วยให้เก็บผักได้นานขึ้น 5-7 วัน

2.กลุ่มผักที่เก็บได้ในระยะเวลาจํากัด

เช่น ผักกาดขาว ผักคะน้า มะเขือเทศ และผักอื่นๆ ผักกลุ่มนี้ควรเก็บไว้ในห้องเย็นหรือตู้เย็น โดยผักใบ ถั่วลันเตา ถั่วแขก ควรแยกใส่ถุงพลาสติก แล้วเก็บในอุณหภูมิ 7-8 องศาเซลเซียส จะช่วยให้คงความสดได้นานขึ้น

3 กลเม็ดเคล็ด(ไม่)ลับ เก็บผักให้นาน thaihealth

3.กลุ่มผักที่เก็บไว้ได้นานกว่าผักอื่น

ผักกลุ่มนี้มักมีเปลือกหนา เช่น ฟัก เผือก มัน ฟักทอง เป็นต้น หากเก็บรักษาระยะสั้น ไม่จำเป็นต้องนำเข้าตู้เย็นหรือห้องเย็น โดยเฉพาะฟักทอง และถ้าเก็บไว้ในที่มีอากาศเย็น แห้ง มีการถ่ายเทที่ดี จะสามารถเก็บได้นาน2-3 เดือน แต่ถ้าผักถูกใช้ไปบางส่วนแล้วใช้ไม่หมดจำเป็นต้องเก็บรักษาไว้ในตู้เย็น โดยต้องปล่อยให้ผิวรอยตัดแห้งเสียก่อน และเก็บได้นานเพียง1  สัปดาห์เท่านั้น และผักหัวประเภทแครอท หัวผักกาด ควรตัดใบออกให้หมดก่อนเก็บ มิเช่นนั้นจะทำให้ความหวานในหัวผักลดลง

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเก็บรักษาผัก

ไม่ควรเก็บผักและผลไม้ไว้รวมกัน จะทำให้เกิดการเน่าและเสื่อมสภาพเร็วขึ้น  การเก็บผักด้วยวิธีแช่น้ำ  ไม่ควรแช่ผักลงในน้ำทั้งต้น เพราะจะทำให้วิตามินละลายน้ำเสียไป ถ้าต้องการเก็บด้วยวิธีนี้ให้แช่เฉพาะส่วนโคนหรือส่วนรากในภาชนะ แล้วใช้ผ้าชุบน้ำคลุมไว้ โดยหมั่นชุบผ้าให้ชื้นอยู่เสมอ  การเก็บผักเล็กๆ น้อยๆ ที่ใช้ในครัวและเก็บในตู้เย็นนั้น ควรล้างผักที่เก็บให้สะอาดก่อน เพราะผักที่ซื้อจากตลาดขายปลีกมักไม่สะอาด ถ้ายังไม่ใช้ทันทีให้ล้างทั้งต้นด้วยน้ำสะอาด แล้วผึ่งสะเด็ดน้ำจริงๆ จึงเอาเข้าเก็บในลิ้นชักตู้เย็น และควรแยกผักใส่ถุงพลาสติกเป็นหมวดหมู่ จะช่วยให้เก็บได้นานขึ้น

เพราะ สสส.เห็นความสำคัญของการบริโภคอาหาร ผัก ผลไม้ ฯลฯ ดังนั้นตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาจึงเกิดการขับเคลื่อนงาน ไม่ว่าจะเป็น ด้านวิชาการ สร้างสื่อเพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ส่งเสริมเรื่องของการปลูก ตลอดจนการจำหน่าย  เช่น โครงการผักสีเขียว โครงการสวนผักคนเมือง ฯลฯ เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพที่แข็งแรงและลดความสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

เรื่องโดย ชมนภัส วังอินทร์ team content www.thaihealth.or.th

เรียบเรียงจาก หนังสือกลเม็ดเผด็จสุข สสส. จัดทำโดย: หมอชาวบ้าน

?5 วิธีคิด? สร้างความสุขใหม่ในชีวิตเดิม thaihealth

แฟ้มภาพ

วิถีชีวิตที่เร่งรีบถูกบีบด้วยหน้าที่ต่างๆ ทำให้มนุษย์เกิดความรู้สึกเหนื่อยล้า เบื่อ เศร้าหรือแม้กระทั่งไม่อยากทำอะไร หากคุณกำลังรู้สึกเช่นนี้อยู่และหาทางออกไม่ได้ วันนี้เรามีมุมมองใหม่ๆ ที่นำไปปรับใช้กับตนเองหรือส่งต่อเรื่องราวดีๆ ให้คนรอบข้าง เพื่อให้เตรียมรับมือกับเช้าวันใหม่ของการใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีความสุขมากขึ้น

แนวคิดสร้างสุขท่ามกลางชีวิตใหม่ในสังคมเดิม

1.เริ่มต้นที่ทัศนคติ มองโลกในแง่ดีทุกเรื่อง เพราะการมองโลกในแง่ดีเป็นจุดเริ่มต้นของทัศนคติเชิงบวกที่ทำให้มนุษย์เกิดพลังในการใช้ชีวิต ทำในสิ่งที่สร้างสรรค์จนเกิดผลสำเร็จตามเป้าหมายอย่างไม่น่าเชื่อ ลองเปลี่ยนมุมมองง่ายๆ สมมุติเรามีน้ำอยู่ครึ่งแก้ว มันอยู่ที่เราจะมองน้ำแก้วนั้นอย่างไร? ระหว่างเหลือน้ำแค่ครึ่งแก้ว หรือเหลือน้ำตั้งครึ่งแก้ว หากเรามองแบบไม่เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใครเราจะมีความสุขมากกับการใช้ชีวิตที่ให้กำลังใจตัวเองในทุกๆ วัน

2.จัดลำดับชีวิตให้พอดี ลองใช้ชีวิตให้ช้าลงบ้าง เพราะชีวิตในยุคดิจิทัลมักมีอะไรให้คุณทำมากมายเสมอ พอลองกลับไปทบทวนในแต่ละวันเราจะพบว่ารายการในแต่ละวันที่เราทำนั้นเยอะมาก ต้องหันกลับมาจัดลำดับให้กับชีวิตตนเอง อันไหนควรทำก่อน-หลัง จัดความสำคัญใหม่ ไม่ใช่ทุกอย่างสำคัญไปหมดจนเราต้องมาอดมื้อกินมื้อทั้งที่มีเงินอยู่เต็มกระเป๋า หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่มีเวลาทำกิจกรรมกับครอบครัว เมื่อสิ่งเหล่านี้ค่อยๆหายไปจากชีวิตคุณ ไม่แปลกที่คุณจะรู้สึกมีความทุกข์เพิ่มขึ้น ดังนั้นลองคิดทบทวนจัดตารางให้ตนเองดีๆ คุณจะมองเห็นช่องทางแห่งความสุขเพิ่มเข้ามาในตารางชีวิต

?5 วิธีคิด? สร้างความสุขใหม่ในชีวิตเดิม thaihealth

3.หาความสุขจากสิ่งที่เรียบง่าย เปิดรับสิ่งสวยงาม ชื่นชมกับธรรมชาติ ความฉ่ำเย็นของสายลม ความสวยงามของท้องฟ้า หาเวลาเดินช้าๆ ในสวนสาธารณะ ดูนก ปลูกต้นไม้ รดน้ำต้นไม้ หรือออกไปสัมผัสธรรมชาติในที่ไกลๆ ดูบ้าง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน เมื่อสมองของเราได้รับการผ่อนคลายความสุขเข้ามาแทนที่ความเครียดก็ทำให้เราได้หยุดมองโลกอย่างชัดเจนเห็นความเป็นจริงมากขึ้น สุดท้ายธรรมชาติที่เราได้ไปสัมผัสนั้นจะตอบแทนโดยการให้คุณมีความสุขกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้ามากขึ้น

4.ลดตัวตนให้เล็กลง รู้จักคำว่า “พอ” จงมองเห็นสิ่งที่มีให้มากกว่าสิ่งที่ขาด เห็นคุณค่าในตนเองไม่ให้ชีวิตของตัวเองไปผูกติดวัตถุรอบกาย ใช้ชีวิตอยู่กับความพอเพียง เพราะความรู้จักพอเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้บังเกิดความสุขที่ไม่สิ้นสุด เมื่อเรามีมากพอสิ่งที่ตามมาคือการให้ โดยการช่วยเหลือสังคมทำงานเพื่อสาธารณประโยชน์ สิ่งเหล่านี้จะทำให้จิตใจเราเป็นสุขมากขึ้น เห็นผู้คนรอบกายมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หรือคนที่กำลังลำบากได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แค่นี้จิตใจเราก็เต็มเปลี่ยนไปด้วยความสุข

5.พัฒนาจิตใจ ใช้หลักศาสนา ทุกหลักศาสนาสำคัญต่างๆ ในโลกมักชี้ให้เห็นสาเหตุของการเกิดทุกข์ที่แฝงไปด้วยข้อคิดและวิธีปฏิบัติ เพื่อให้หลุดพ้นจากความทุกข์และนำไปสู่ความสุขที่แท้จริงได้

การไม่นำพาตนเองเข้าไปหาความทุกข์นั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่หากเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ก็จงอยู่กับสิ่งที่เกิดทุกข์ให้เป็น นั่นหมายความว่าอยู่กับความทุกข์อย่างเข้าใจ และหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ คิดหาทางแก้ไขปัญหาอย่างไตร่ตรอง และฝึกมีความสุขกับสิ่งรอบตัว เพราะหลายคนอาจเรียกร้องความสุขจากคนอื่น ซึ่งแท้จริงแล้วความสุขเกิดขึ้นที่ตัวเราทั้งสิ้น

ที่มา: หนังสือ อยากสุขภาพดีต้องมี  3อ.  สำหรับวัยทำงาน  จัดทำโดย: มูลนิธิหมอชาวบ้าน

สนับสนุนโดย : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

เคล็ด(ไม่)ลับในการควบคุมน้ำหนัก thaihealth

แฟ้มภาพ

เคล็ด(ไม่)ลับในการควบคุมน้ำหนักวัยทำงานมักไม่ค่อยดูแลเรื่องการกินอาหารและการออกกำลังกาย จนทำให้เกิดปัญหาน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานหรือเกิดภาวะอ้วนลงพุง ดังนั้น เพื่อการหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาดังกล่าวจึงขอเสนอแนะเคล็ด (ไม่) ลับในการดูแลน้ำหนักตัวดังต่อไปนี้

1. เลือกกินเนื้อสัตว์ส่วนที่ไม่ติดมัน หลีกเลี่ยงส่วนหนัง

2. เลือกอาหารที่ปรุงสุกโดยการต้ม นึ่ง ย่าง หลีกเลี่ยงอาหารทอดอมน้ำมัน

3. กินอาหารหลักให้ครบ 3 มือ โดยมีผักและผลไม้ทุกวัน

4. หากดื่มนม ควรเลือกนมรสธรรมชาติสูตรพร่องไขมัน หรือไขมัน 0%หลีกเลี่ยงนมรสหวาน รสช็อกโกแลตและนมเปรี้ยวพร้อมดื่มรสผลไม้ทั้งนี้เพราะ 1 กล่อง มีน้ำตาลสูงถึง 3-4 ช้อนชา

5. งดการดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำอัดลม (1 กระป๋องมีน้ำตาล 7-12 ช้อนชา) และเครื่องดื่มชาเขียว (1 ขวดมีน้ำตาล 8-14 ช้อนชา)

6. กินผลไม้สดในปริมาณที่เหมาะสมแทนการดื่มน้ำผลไม้ โดยเฉพาะน้ำผลไม้เข้มข้นบรรจุกล่อง ซึ่งมีปริมาณน้ำตาลสูงถึงประมาณ 7-8 ช้อนชาต่อกล่องขนาด 300 มิลลิลิตร หากต้องการดื่มน้ำผลไม้ควรดื่มน้ำผลไม้ที่คั้นมาจากผลไม้สด โดยไม่เติมน้ำตาลหรือน้ำเชื่อม ซึ่งจะทำให้ได้รับสารอาหารใกล้-เคียงกับการกินผลไม้สด ยกเว้นใยอาหาร เพราะใยอาหารจะอยู่ในส่วนของ11สำหรับวัยทำงานเนื้อและเปลือกผลไม้ที่ถูกแยกออกไประหว่างการคั้น น้ำผลไม้จึงมีใยอาหารเหลืออยู่น้อยมาก หากต้องการได้รับใยอาหารควรดื่มน้ำผลไม้ที่ปั่นโดยไม่แยกกากออก

7. จำกัดปริมาณการกินอาหารที่อุดมด้วยไขมัน น้ำตาล และเกลือ

8. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน กินอาหารให้หลากหลาย ไม่กินซ้ำ

9. หากกินสลัดผักสด ไม่ควรราดน้ าสลัดมากเกินไป เพราะส่วนประ-กอบหลักของน้ าสลัด คือ น้ ามันพืช โดยเฉพาะน้ำสลัดแบบข้นหรือครีม หรือน้ าสลัดใสที่มีส่วนผสมของน้ำมันพืชเป็นหลักซึ่งมีปริมาณไขมันและน้ำตาลสูงควรเลือกน้ำสลัดใสที่ทำจากน้ำส้มสายชู/แอปเปิล-ไซเดอร์ หรือน้ำสลัดแบบครีมชนิดไขมันต่ำ เป็นต้น

10. หากเป็นคอกาแฟหรือชาควรเลือกดื่มเครื่องดื่มกาแฟหรือชาดำที่ไม่ใส่น้ำตาล นมข้นหวาน นมข้นจืด ครีมเทียม และวิปปิ้งครีม ซึ่งให้พลังงานสูง โดยอาจเติมนมสด ครีมเทียมชนิดไขมันต่ำ หรือนมสดพร่องมันเนยได้และไม่ควรดื่มกาแฟเกิน 2 ถ้วยต่อวัน เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับกาเฟอีนมากเกินไป กาแฟด า 1 แก้วให้พลังงานเพียง 55 กิโลแคลอรี่ในขณะที่กาแฟเย็น 1 แก้ว ให้พลังงานมากกว่าถึง 2-3 เท่าเพราะมีน้ำตาลประมาณ 4-5 ช้อนชา โดยเฉพาะเครื่องดื่มกาแฟปั่น และชานมไข่มุก 1 แก้วอาจให้พลังงานพอๆ กับ อาหาร 1 มื้อ (300-400 กิโลแคลอรี)

11. ผลิตภัณฑ์กาแฟลดน้ำหนักชนิดผงปรุงส าเร็จ (3 in 1) บางชนิดอาจมีผลต่อการขับปัสสาวะ หรือมีผลต่อการระบายทำให้ร่างกายเสียน้ำ และอ่อนเพลีย บางชนิดก็อาจมีสารกระตุ้นประสาทที่ออกฤทธิ์เร่งการเผาผลาญ ทำให้ใจสั่น จึงควรตรวจดูส่วนประกอบที่ระบุไว้บนฉลากให้ละเอียดก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ

12. จำกัดปริมาณการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ไม่ให้เกิน 1 ส่วนต่อวันสำหรับผู้หญิงและ 2 ส่วนต่อวันสำหรับผู้ชาย โดย 1 ส่วนเท่ากับวิสกี้ 45 มิลลิลิตร หรือไวน์ 120 มิลลิลิตร หรือเบียร์ชนิดอ่อน 360 มิลลิลิตร แอลกอฮอล์ 1 กรัมให้พลังงาน 7 กิโลแคลอรี ซึ่งใกล้เคียงกับไขมัน (9 กิโลแคลอรีต่อกรัม) และสูงกว่าโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต (4 กิโลแคลอรีต่อกรัม)เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์แต่ละประเภทมีปริมาณแอลกอฮอล์แตกต่างกัน เช่นวิสกี้ประมาณร้อยละ 50 ไวน์ประมาณร้อยละ 5-20 เบียร์ประมาณร้อยละ 5-8 เบียร์ชนิดอ่อนประมาณร้อยละ 3-5 เป็นต้น นอกจากนี้ ควรระวังการกินกับแกล้มด้วย เพราะกับแกล้มส่วนใหญ่มักเป็นอาหารทอด มีแป้งและไขมันมาก หรือมีรสจัด

13. ออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และพักผ่อนให้เพียงพอ

ที่มา : คุณรับมือกับความเครียดได้? : วัยทำงาน โดย SOOK PUBLISHING

คุณกําลังเครียดหรือเปล่า thaihealth

แฟ้มภาพ

ความเครียดเป็นภาวะที่เกิดขึ้นกับเราได้ทุกคนและบ่อยครั้งในชีวิตประจําวัน บางคนรู้ตัวว่ากําลังเครียด แต่บางคนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากําลังถูกความเครียดครอบงําชีวิต ซึ่งผลของความเครียดและการไม่รู้ว่าตัวเองเครียดอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตลุกลามไปจนก่อให้เกิดการเจ็บป่วยต่อร่างกายขึ้นได้ เพื่อเป็นการป้องกันความเครียดในเบื้องต้น เรามาทําความรู้จักกับต้นตอ อาการ และวิธีคลายเครียดกันดีกว่า

‘เครียด’ มาจากไหนหนอ

ความเครียดไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิดปกติของอวัยวะในร่างกาย แต่เป็นภาวะที่แสดงออกมาเมื่อถูกกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว สังคม ภาวะอารมณ์ที่เกิดขึ้นจากจิตใจรวมถึงสภาพร่างกาย ก็มีส่วนทําให้ความเครียดก่อตัวได้ง่ายๆ ซึ่งในแต่ละช่วงวัยจะมีสภาพแวดล้อมและสิ่งที่เข้ามากระทบจิตใจที่แตกต่างกัน เช่น

วัยเด็ก  อาจเกิดจากการไม่ได้รับการตามใจ การขาดความรักความอบอุ่นจากครอบครัว

วัยรุ่น  อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย  จิตใจ การต้องการอิสระและเป็นตัวของตัวเอง

วัยผู้ใหญ่  เกิดขึ้นจากบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบในงาน การสร้างฐานะครอบครัว จึงทําาให้เกิดความเครียดได้ง่าย

วัยผู้สูงอายุ  มักเกิดความเครียดจากการเสื่อมถอยของร่างกาย การสูญเสีย ฯลฯ

อาการที่บอกว่าคุณกําาลังเครียด

อาการที่เกิดจากความเครียด แบ่งออกเป็น 4 ด้าน ลองดูว่าคุณเข้าข่ายกําลังเครียดอยู่หรือเปล่า

1. ด้านร่างกาย เช่น มีอาการหายใจเร็ว ปวดศีรษะ หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูงระดับน้ำตาลในกระแสเลือดเพิ่มขึ้น ฯลฯ

2. ด้านจิตใจและอารมณ์ รู้สึกวิตกกังวล ซึมเศร้า กดดัน โกรธ มีความคิดด้านลบ เหนื่อยง่าย ท้อแท้ ไม่มีสมาธิ

3. ด้านพฤติกรรม เช่น นอนไม่หลับหรือนอนมากเกินไป และอาจมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น สูบบุหรี่ ดื่มสุรา หรือใช้ยาเสพติด

4. ด้านสังคม อาจแสดงออกด้วยการเบื่องาน ประสิทธิภาพในการทํางานลดลง ไม่อยากเข้าสังคม เป็นต้น และผลลัพธ์ที่เกิดจากความเครียดจะรุนแรงมากแค่ไหนขึ้นอยู่กับระดับความเครียดของแต่ละบุคคลที่มีตั้งแต่ระดับต่ำ ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อการดําเนินชีวิต ไปถึงระดับรุนแรงจนก่อให้เกิดโรคที่มาจากความเครียด เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคแผลในกระเพาะอาหาร ไมเกรน หอบหืด อาการทางประสาท มะเร็ง ฯลฯ

ความเครียดแบ่งเป็น 4 ระดับดังนี้

• ความเครียดระดับต่ำ (Mild Stress) เป็นความเครียดที่ไม่คุกคามต่อการดําเนินชีวิต อาจมีความรู้สึกเพียงแค่เบื่อหน่าย ขาดแรงกระตุ้น และมีพฤติกรรมที่เชื่องช้าลง

• ความเครียดระดับปานกลาง (Moderate Stress) เป็นความเครียดในระดับปกติที่ไม่ก่ออันตราย และไม่แสดงออกถึงความเครียดที่ชัดเจน ส่วนใหญ่จะสามารถปรับตัวกลับสู่ภาวะปกติได้เองจากการได้ทํากิจกรรมที่ชื่นชอบ ซึ่งช่วยคลายเครียด

• ความเครียดระดับสูง (High Stress) เป็นความเครียดที่เกิดจากเหตุการณ์รุนแรงหากปรับตัวไม่ได้ จะทำให้เกิดความผิดปกติตามมาทางร่างกายอารมณ์ความคิด และพฤติกรรม เช่น ปวดศีรษะ ปวดท้อง อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย หงุดหงิด พฤติกรรมการนอนและการรับประทานอาหารเปลี่ยนไป จนมีผลต่อการดําเนินชีวิต จึงควรหาใครสักคนคอยอยู่เป็นเพื่อนรับฟังปัญหา และระบายความรู้สึก รวมถึงมีผู้ใหญ่สักคนแนะนําให้คําปรึกษาอย่างใกล้ชิด

• ความเครียดระดับรุนแรง (Severe Stress) เป็นความเครียดระดับสูงและเรื้อรังต่อเนื่องจนทําาให้คนคนนั้นมีความล้มเหลวในการปรับตัว และก่อให้เกิดความผิดปกติและเกิดโรคต่างๆ ที่รุนแรงขึ้นมาได้ เช่น อารมณ์แปรปรวน มีอาการทางจิต มีความบกพร่องในการดําเนินชีวิต ประจําาวัน ซึ่งอาจมีอาการนานเป็นสัปดาห์ เดือน หรือปี ควรเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์

หากคุณยังไม่แน่ใจว่าตนเองแฝงความเครียด หรือมีอาการเครียดอยู่ในระดับใดมาหาคําตอบได้ด้วยการประเมินความเครียดง่ายๆ กัน

เรื่องโดย :  พัชรี บอนคำ team content  www.thaihealth.or.th

เรียบเรียงข้อมูลจาก : สำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขและข้อมูลเพิ่มเติมจาก วารสารเพื่อนสุขภาพ

กินผัก 5 สีให้ ?เจ? นี้ไม่จำเจ thaihealth

แฟ่มภาพ

เมื่อถึงวันขึ้น 1 ค่ำ ไปจนกระทั่งขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 นับเป็นเทศกาลกินเจของชาวไทยเชื้อสายจีน หรือผู้ที่อยากละเว้นการกินเนื้อสัตว์เพื่อสร้างกุศล ซึ่งในเทศกาลกินเจปีนี้ตรงกับวันที่ 20-28 ตุลาคม 2560

                เทศกาลกินเจ หรือ เทศกาลถือศีลกินผัก คือการละการกินเนื้อสัตว์ทุกชนิด และปฏิบัติธรรม รักษาศีล ที่จะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และก่อให้เกิดสันติสุขแก่ทุกชีวิตบนโลก และแน่นอนว่าเทศกาลกินเจเราเน้นการกินผักและผลไม้เป็นพิเศษ โดยในปีนี้ ทางเว็บไซต์ สสส. ขอนำเสนอแนวทางการกินผักผลไม้ที่จะทำให้ผู้กินเจได้รับใยอาหารและวิตตมินครบถ้วนจากการกินผักทั้ง 5 สี

คุณค่าของผักผลไม้ 5 สี

ผักและผลไม้อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ มีแร่ธาตุและวิตามินมากมาย แถมยังจัดว่าเป็นอาหารที่มีไฟโตนิวเทรียนท์สูง หรือ สารพฤกษาเคมี หมายถึง สารอาหารที่ร่างกายสร้างขึ้นเองไม่ได้ต้องได้รับจากพืชเท่านั้น ที่มีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อม กระตุ้นภูมิคุ้มกัน และช่วยป้องกันการติดเชื้อและการเกิดโรคต่างๆ

1. สีเขียว ให้สารคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันเซลล์ถูกทำลาย ขจัดฮอร์โมน ช่วยในการต่อต้านโรคมะเร็ง ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ยับยั้งการเกิดริ้วรอย นอกจากนี้การกินผักใบเขียวเป็นประจำจะช่วยให้ระบบการขับถ่ายดีด้วย

ผักและผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มสีเขียว เช่น ผักบุ้ง ผักโขม ผักปวยเล้ง ผักกาดหอม ผักคะน้า แตงกวา ตำลึง แอปเปิ้ลเขียว ฝรั่ง เป็นต้น

กินผัก 5 สีให้ ?เจ? นี้ไม่จำเจ thaihealth

2. สีเหลือง/ส้ม ให้สารลูทีน (Lutein) เบต้าแคโรทีน (Beta-Carotene) มีประโยชน์ในการช่วยรักษาสุขภาพของหัวใจ หลอดเลือด ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย บำรุงสายตา

ผักและผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มสีเหลือง/ส้ม เช่น แครอต ฟักทอง มันเทศ ส้ม มะละกอ เสาวรส มะนาว สับปะรด ขนุน และข้าวโพด เป็นต้น

3.สีม่วง/น้ำเงิน ให้สารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ ลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดอุดตันในสมอง ยับยั้งเชื้อที่จะทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ

ผักและผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มสีม่วง/น้ำเงิน เช่น มันเทศสีม่วง หอมแดง กะหล่ำสีม่วง มะเขือม่วง ดอกอัญชัน ผลไม้ตะกูลเบอร์รี่ เป็นต้น

4. สีขาว/น้ำตาลอ่อน ให้สารแซนโทน (Xanthone) ซึ่งเป็นสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ช่วยลดอาการอักเสบ รักษาระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ยังมีกรดไซแนปติก (Synaptic acid) และ อัลลิซิน (Allicin) โดยสารเหล่านี้มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดไขมันในเลือด ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตและโรคหลอดเลือดหัวใจ

ผักและผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มสีขาว/น้ำตาล เช่น ขิง ข่า กระเทียม กุยช่าย ขึ้นช่าย เห็ด ลูกเดือย หัวไชเท้า ดอกกะหล่ำ ถั่วงอก กล้วย สาลี่ พุทรา ลิ้นจี่ ละมุด แห้ว เป็นต้น

กินผัก 5 สีให้ ?เจ? นี้ไม่จำเจ thaihealth

และ 5.สีแดง มีสารไลโคปีน (Lycopene) และ เบตาไซซีน (Betacycin) มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระมากกว่าวิตามินอีถึง 100 เท่า และมากกว่ากลูตาไธโอนถึง 125 เท่า สารไลโคปีนช่วยป้องกันการเกิดดมะเร็งตามอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย

ผักและผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มสีแดง เช่น มะเขือเทศ บีทรูท แตงโม กระเจี๊ยบแดง หอมแดง พริกหวาน เป็นต้น

เราอยู่ในทศวรรษที่อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลงไป รวมไปถึงวัฒนธรรมการกินที่คนหันมากินอาหารจานด่วนทำให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพ และทำให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้องรัง (NCDs) โดยสนับสนุนให้ประชาชนกินผักผลไม้อย่างน้อยวันละ 400 กรัม ตามที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ สสส.และภาคีเครือข่ายได้รณรงค์เรื่องนี้อย่างเข้มข้นด้วยการขับเคลื่อนด้านวิชาการ สร้างสื่ออันส่งเสริมความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ส่งเสริมเรื่องของการปลูก ตลอดจนการจำหน่าย  เช่น โครงการผักสีเขียว โครงการสวนผักคนเมือง ฯลฯ ทำให้คนไทยมาสุขภาพที่แข็งแรงและลดความสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

เทศกาลกินเจปีนี้ขอให้กินเจออย่างสุขภาพดี อิ่มบุญ และอิ่มใจกันนะคะ

ที่มา : หนังสือชีวิตใหม่ไร้พุง : How to สลายน้ำหนักด้วยหลัก 3อ. จากศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

เพราะเป็นแบบนี้ ถึงได้มีพุง! thaihealth

แฟ้มภาพ

มาดูกันว่าพฤติกรรมแบบไหนที่ก่อให้เกิดพุง ลองเช็กกันดูนะคะ

ไม่กินมื้อเช้า

                การงดมื้อเช้าจะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็นในการเสริมสร้างพลังงานและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สมองไม่ได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ ส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลีย และยังไปเพิ่มความหิวจนเรากินหนักขึ้นในมื้อถัดไป กลายเป็นว่าอ้วนกว่าเดิม

กินใกล้เวลานอน

                เพราะร่างกายต้องใช้เวลาในการย่อยอาหารในกระเพาะและลำไส้เล็กประมาณ 2-3 ชั่วโมง หากกินปุ๊บแล้วนอนปั๊บ ร่างกายของเราก็จะปรับโหมดเข้าสู่การพักผ่อน ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานช้าลงและเกิดการสะสมพลังงานในรูปแบบไขมันมากยิ่งขึ้น

อดอาหารลดความอ้วน

                การอดอาหารช่วยให้น้ำหนักลดลงแค่เพียงชั่วคราวและยังเสี่ยงที่น้ำหนักจะเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง หรือที่เรียกว่าภาวะ “โยโย่ เอฟเฟค” เพราะการอดอาหารจะทำให้ร่างกายปรับตัวให้ใช้พลังงานน้อยลง และเมื่อกินอาหารเข้ามาอีกก็จะเกิดการสะสม

กินไปด้วยทำอย่างอื่นไปด้วย

                ทำงานไปก็หยิบขนมเข้าปากไป ดูละครไปก็หยิบป๊อปคอร์น กินไปด้วยแบบนี้เตรียมตัวไว้ได้เลยไขมันกำลังจะมาแน่นอน เพราะปกติเรามักจะมุ่งความสนใจไปที่กิจกรรมหลักที่กำลังทำ โดยมีการกินเป็นกำลังเสริมที่เราลืมนึกถึง เพลินๆ แบบนี้จะไม่ได้อ้วนได้ยังไงไหว

น้ำตาลใกล้คน ใครเล่าจะทนได้

                น้ำตาลในที่นี้รวมถึงอาหารจำพวกแป้งด้วย เพราะน้ำตาลที่เหลือใช้จะแปรเปลี่ยนเป็นไขมัน อาหารรอบตัวเราก็เต็มไปด้วยน้ำตาลและแป้ง พลิกฉลากหรือตารางช้อมูลโภชนาการดูได้ง่ายๆ ขนาดน้ำผลไม้ที่ว่าเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ยังมีน้ำตาลเฉลี่ยอยู่ที่ 15 กรัม! แล้วแต่ละวันเราดื่มแค่น้ำผลไม้ซะที่ไหน