• darkblurbg
    งานแสดงมุทิตาจิต ให้กับผู้เกษียณอายุราชการ วันที่ 21 กันยายน 2560
    งานแสดงมุทิตาจิต ให้กับผู้เกษียณอายุราชการ
  • darkblurbg
    โรงพยาบาลปราสาทร่วมสืบสานประเพณี แซนโฎนตา บูชาบรรพบุรุษ ประจำปี 60
    โรงพยาบาลปราสาทร่วมสืบสานประเพณี แซนโฎนตา บูชาบรรพบุรุษ ประจำปี?60
  • darkblurbg
    โรงพยาบาลปราสาท จัดโครงการสาธารณสุขร่วมใจปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน
    โรงพยาบาลปราสาท จัดโครงการสาธารณสุขร่วมใจปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน
  • darkblurbg
    ร่วมถวายดอกไม้จันทร์ (ดอกดารารัตน์)จำนวน 2369 ดอก
    ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปราสาท พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ ร่วมถวายดอกไม้จันทร์ (ดอกดารารัตน์)จำนวน 2369 ดอก
  • darkblurbg
    รับรางวัลการนำเสนองานวิจัยแบบในเวทีวิชาการสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย ระดับดี
    โรงพยาบาลปราสาท ได้รับรางวัลการนำเสนองานวิจัยแบบในเวทีวิชาการสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย ระดับดี

ตารางการให้บริการ

ตามคลินิกต่าง ๆ ตามวันและเวลา

เบอร์โทรศัพท์ภายใน

เบอร์โทรศัพท์หน่วยงานต่าง ๆ ภายในโรงพยาบาลปราสาท.

เบอร์โทรศัพท์ภายนอก

เบอร์โทรศัพท์ เพื่อใช้ติดต่อหน่วยงานภายนอก.

ภาพกิจกรรม

รวมภาพเหตุการ กิจกรรม ที่หน่วยงานโรงพยาบาลปราสาท จัดขึ้น.

ผลงานเด่น

รวมผลงานเด่นด้านต่าง ๆ ของ รพ.ปราสาท ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน.

บทความ

บทความ เกล็ดความรู้ด้านสุขภาพ.

งานวิจัย

รวมผลงาน การพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย จากนักวิจัย รพ.ปราสาท.

ดาวน์โหลด

เอกสารการบรรยาย คู่มือ ใบลา.

คู่มือผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพ

วิธีการใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพเมื่อเจ็บป่วย ของประชาชน.

W E B B O A R D

# หัวข้อกระทู้ อ่าน ###
1 ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อจัดทำผลงานวิชาการ 738 อ่าน.
2 ประกาศรายชื่อผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อบรรจุบคคลเข้ารับราชการ ในสังกัดโรงพยาบาลปราสาท 1250 อ่าน.
3 ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อทำผลงานวิชาการ 654 อ่าน.
4 แจ้งข่าวสารถามตอบข้อมูลการใช้งาน HOSxP , HOSxP_PCU 773 อ่าน.

ที่มา : หนังสือชีวิตใหม่ไร้พุง : How to สลายน้ำหนักด้วยหลัก 3อ. จากศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

เพราะเป็นแบบนี้ ถึงได้มีพุง! thaihealth

แฟ้มภาพ

มาดูกันว่าพฤติกรรมแบบไหนที่ก่อให้เกิดพุง ลองเช็กกันดูนะคะ

ไม่กินมื้อเช้า

                การงดมื้อเช้าจะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็นในการเสริมสร้างพลังงานและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สมองไม่ได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ ส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลีย และยังไปเพิ่มความหิวจนเรากินหนักขึ้นในมื้อถัดไป กลายเป็นว่าอ้วนกว่าเดิม

กินใกล้เวลานอน

                เพราะร่างกายต้องใช้เวลาในการย่อยอาหารในกระเพาะและลำไส้เล็กประมาณ 2-3 ชั่วโมง หากกินปุ๊บแล้วนอนปั๊บ ร่างกายของเราก็จะปรับโหมดเข้าสู่การพักผ่อน ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานช้าลงและเกิดการสะสมพลังงานในรูปแบบไขมันมากยิ่งขึ้น

อดอาหารลดความอ้วน

                การอดอาหารช่วยให้น้ำหนักลดลงแค่เพียงชั่วคราวและยังเสี่ยงที่น้ำหนักจะเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง หรือที่เรียกว่าภาวะ “โยโย่ เอฟเฟค” เพราะการอดอาหารจะทำให้ร่างกายปรับตัวให้ใช้พลังงานน้อยลง และเมื่อกินอาหารเข้ามาอีกก็จะเกิดการสะสม

กินไปด้วยทำอย่างอื่นไปด้วย

                ทำงานไปก็หยิบขนมเข้าปากไป ดูละครไปก็หยิบป๊อปคอร์น กินไปด้วยแบบนี้เตรียมตัวไว้ได้เลยไขมันกำลังจะมาแน่นอน เพราะปกติเรามักจะมุ่งความสนใจไปที่กิจกรรมหลักที่กำลังทำ โดยมีการกินเป็นกำลังเสริมที่เราลืมนึกถึง เพลินๆ แบบนี้จะไม่ได้อ้วนได้ยังไงไหว

น้ำตาลใกล้คน ใครเล่าจะทนได้

                น้ำตาลในที่นี้รวมถึงอาหารจำพวกแป้งด้วย เพราะน้ำตาลที่เหลือใช้จะแปรเปลี่ยนเป็นไขมัน อาหารรอบตัวเราก็เต็มไปด้วยน้ำตาลและแป้ง พลิกฉลากหรือตารางช้อมูลโภชนาการดูได้ง่ายๆ ขนาดน้ำผลไม้ที่ว่าเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ยังมีน้ำตาลเฉลี่ยอยู่ที่ 15 กรัม! แล้วแต่ละวันเราดื่มแค่น้ำผลไม้ซะที่ไหน

ที่มา : หนังสือชีวิตใหม่ไร้พุง : How to สลายน้ำหนักด้วยหลัก 3อ. จากศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

อะไรเป็นตัวการทำให้น้ำหนักเพิ่ม? thaihealth

แฟ้มภาพ

                สาเหตุของความอ้วน มากจากหลายๆ ปัจจัย ทั้งจากกรมพันธุ์ที่ควบคุมไม่ได้ และจากสิ่งแวดล้อมซึ่งควบคุมได้มากกว่า

ปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก

- กรรมพันธุ์ ถ้าพ่อหรือแม่อ้วน หรืออ้วนทั้งคู่ ความเสี่ยงของลูกที่จะอ้วนเพิ่มขึ้นร้อยละ 25

- เพศ ผู้ชายจะมีไขมันในช่องท้องมากกว่าผู้หญิง ในผู้ชายเมื่อน้ำหนักขึ้นจะอ้วนแบบลงพุง ต่างจากผู้หญิงที่ไขมันจะไปสะสมบริเวณสะโพกและต้นขา เป็นลักษณะอ้วนที่ส่วนล่าง

- อายุ เมื่อสูงวัย ร่างกายจะเปลี่ยนกล้ามเนื้อเป็นไขมันและอัตราการเผาผลาญอาหารจะลดลง

- การตั้งครรภ์ หญิงมีครรภ์จะมีน้ำหนักมากขึ้นหลังตั้งครรภ์ 2-3 กิโลกรัม

ปัจจัยที่ควบคุมได้

- อารมณ์ ปัญหาด้านอามรมณ์ที่บางคนจัดการด้วยการกินอาหารมากๆ หรือไม่มีแรงใจในการลดน้ำหนัก

- อาหาร กินอาหารที่มีแคลอรีสูงได้แก่ ของหวาน เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารทอด เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

- ออกกำลังกาย ไม่เคลื่อนไหวร่างกาย รู้ไหม...คนที่เฉื่อยชามักจะมีไขมันส่วนเกินในร่างกาย

- ยา ยาบางชนิด เช่น ยาต้านอาการซึมเศร้า มีผลทำให้น้ำหนักขึ้นร้อยละ 25

- การเจ็บปวย การรักษาทางการแพทย์ ทำให้คนต้องลดกิจกรรม เมื่อไม่ค่อยขยับร่างกายก็ทำให้น้ำหนักขึ้น

รู้หรือไม่?

ความอ้วนที่มีสาเหตุมาจากสิ่งแวดล้อม มีผลต่อการเกิดพุงมากกว่าปัจจัยทางกรรมพันธุ์ เพราะฉะนั้นตัวการที่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นคือ...ตัวเรา และเช่นกันถ้าจะถอยห่างจากการเป็นสมาชิกอ้วนลงพุงได้ก็ต้องเริ่มที่ตัวเรา!

ที่มา : ผศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม

บะหมี่หนึ่งซอง ก็เค็มเกินพอ thaihealth

แฟ้มภาพ

คนเราควรกินโซเดียมไม่เกินวันละ 2,000 มิลลิกรัม หรือเท่ากับเกลือ 1 ช้อนชา

ในบะหมี่ซองหนึ่ง โดยเฉพาะสูตรต้มยำต้มโคล้ง สูตรน้ำข้นทั้งหลาย เกลือขึ้นไปถึง 2,000 มิลลิกรัม เพราะฉะนั้นกินซองเดียวก็หมดโควต้าไปแล้วหนึ่งวัน แต่ถ้าเป็นสูตรธรรมดาก็ประมาณ 1,200-1,500 มิลลิกรัม ก็เท่ากับ 60-70% ของความต้องการของร่างกายในหนึ่งวัน คือปกติหนึ่งมื้อเราต้องการโซเดียม 600 มิลลิกรัม สามมื้อก็ 1,800 มิลลิกรัม บวกขนมเข้าไปอีกก็ครบ 2,000 มิลลิกรัม บะหมี่ทั้งหลายจะเริ่มจาก 1,200 มิลลิกรัม รองลงมาคือโจ๊กที่เป็นซองๆ สำเร็จรูป จะเค็มมาก ประมาณ 800 มิลลิกรัม

ข้อมูลเหล่านี้ถ้าไม่มีการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ เชื่อแน่ว่าประชาชนกว่า 90% จะต้องไม่ทราบ และนี่คือหน้าที่ของเครือข่ายลดบริโภคเค็มที่จะทำให้คนไทยตระหนักถึงอันตรายของการบริโภคเค็มเกินจำเป็น ผ่านสื่อต่างๆ และการออกบูธจัดกิจกรรมให้ความรู้ที่หลายคนน่าจะเคยผ่านตามบ้าง

เกลือกว่า 70% ได้มาจากเครื่องปรุงรส เพราะในอาหารธรรมชาติจะมีเกลือน้อย อย่างเนื้อสัตว์ก็จะไม่เค็ม แต่ที่เราเค็มก็เพราะเอาไปหมักเกลือ หมักซีอิ๊ว หมักซอสปรุงรส แล้วเกลือส่วนใหญ่ 50% จะปรุงในครัวโดยพ่อครัวแม่ครัว เขาปรุงมาให้หมดแล้ว น้ำปลา ซีอิ๊ว น้ำมันหอย ซุปก้อน น้ำพริก ส่วนเกลืออีก 20% จะอยู่บนโต๊ะ อย่างเวลาเราไปกินหมูกระทะ หมูก็หมักมาอยู่แล้ว แถมบนโต๊ะยังมีน้ำจิ้มตั้ง 4 ถ้วย หรืออย่างสุกี้ที่เป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ มีผักเยอะ แต่ว่าน้ำจิ้มกลับไม่ค่อยดีต่อสุขภาพ เพราะเกลือเยอะ อย่างอาหารในร้านสะดวกซื้อที่เค็มกว่าปกติ สมมติว่าซื้อข้าวผัด ถ้าเทียบกันกับร้านอาหารตามสั่งทั่วไป ร้านสะดวกซื้อจะเค็มกว่า 30% เพื่อทำให้อาหารอยู่ได้นาน ไม่เสีย

เรื่องโดย : กิดานัล กังแฮ Team Content www.thaihealth.or.th

ข้อมูลจาก : กินอะไรดี โครงการ 304 กินได้ กลุ่มเกษตรอินทรีย์ อำเภอสนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา

กินอาหารให้เป็น ?ยา? thaihealth

ย้อนไป 2500 ปีที่แล้วโดย ฮิปโปเครติส บิดาทางการแพทย์ของชาวกรีกล่าวไว้ว่า “จงใช้อาหารเป็นยารักษาโรค” และเมื่อนึกถึงโรคยอดฮิตของคนไทยปัจจุบันก็คงหนีไม่พ้นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะโรคไขมันในเลือด ที่เป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการบริโภคอาหาร หากเราเลือกกินอาหารที่ถูกกับโรคจะช่วยควบคุมระดับไขมันในร่างกายได้ ไม่ใช่กินเพื่อให้หายหิว แต่เป็นการกินอย่างคำนึงถึงคุณค่าที่จะได้รับด้วย

กินอาหารให้เป็น ?ยา? thaihealth

พี่นัน - นันทวัน หาญดี แกนนำเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก จ.ฉะเชิงเทรา บอกว่า ประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่มีพืชพันธุ์หลากหลาย มีความอุดมสมบูรณ์ด้านอาหาร บรรพบุรุษของเราก็ใช้ประโยชน์จากพืชที่อยู่ในท้องถิ่นในการทำอาหาร และทำเป็นยารักษาโรคมานาน กลายเป็นองค์ความรู้ที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน  ซึ่งผักพื้นบ้านส่วนใหญ่เป็นผักที่ขึ้นเองได้ตามธรรมชาติ หรือหากจะปลูกก็ปลูกได้ไม่ยาก ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมี  

ว่าแต่คุณรู้จักผักพื้นบ้านกี่ชนิด? คำถามที่ชวนให้ครุ่นคิด...แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่จะนึกถึง กระเพรา เป็นอันดับแรก เพราะเป็นผักคู่เมนูยอดฮิตที่ดังไปทั่วโลก แต่ทว่าผักพื้นบ้านไม่ได้มีแค่นี้ และประโยชน์ของมันยังมีมากจนคาดไม่ถึง ที่สำคัญว่ากันว่าผักพื้นบ้านนี่แหละคือ ยาที่ดีต่อสุขภาพ 

8 ผักพื้นบ้านมีดีที่เป็นยา

1.ก้านตง

สรรพคุณ แก้พิษร้อนถอนพิษไข้

ส่วนที่นำมาใช้ ราก ใบอ่อน ยอดอ่อน

การปรุงอาหาร ใบอ่อน และยอดอ่อน นำมาต้มให้สุกรับประทานเป็นผักจิ้มน้ำพริกหรือแกงแคร่วมกับผักอื่นๆ

2. ข่า

สรรพคุณ เหง้าแก่ รสร้อน เผ็ดปร่า ขับลม แก้ฟกช้ำ บวม  แก้พิษ ขับลมในลำไส้ รักษา กลากเกลื้อน

ส่วนที่นำมาใช้ เหง้าแก่ อ่อน ต้นอ่อน ดอกตูม

การปรุงอาหาร เหง้าใช้ปรุงพริกแกง ใส่ในต้มยำ ต้นและดอกกินสดได้ หรือลวกกินกับน้ำพริก

3.แค

สรรพคุณ ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้ไข้หัวลม

ส่วนที่นำมาใช้ ยอด ใบ ฝักอ่อน ดอก

กินอาหารให้เป็น ?ยา? thaihealth

การปรุงอาหาร ลวกจิ้มน้ำพริก หรือแกงส้ม

4.มะเขือพวง

สรรพคุณ ผลช่วยแก้ไอ ขับเสมหะ

ส่วนที่นำมาใช้ ผลอ่อน

การปรุงอาหาร กินสดหรือต้มจิ้มน้ำพริก หรือนำไปแกง

5.ผักปลัง

สรรพคุณ ก้านช่วยแก้พิษฝี แก้ท้องผูก และลดไข้ ส่วนใบช่วยขับปัสสาวะ และบรรเทาอาการผื่นคัน

ส่วนที่นำมาใช้ ยอด ใบ ดอกอ่อน

การปรุงอาหาร ลวกจิ้มน้ำพริก แกงส้ม แกงแค

6.ตำลึง

สรรพคุณ ใบมีรสเย็น ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้แสบคัน แก้เจ็บตา ตาแดง ส่วนต้นช่วยแก้โรคผิวหนัง และลดน้ำตาลในเลือด

ส่วนที่นำมาใช้ ยอด ใบ ผลอ่อน

การปรุงอาหาร ลวกจิ้มน้ำพริก ผัด แกง ผลอ่อนนำไปดอง

7.มะระขี้นก

สรรพคุณ มีความเชื่อผิดๆ ว่ามะระขี้นกแก้โรคเอดส์ แต่ความจริง มะระขี้นกแค่ช่วยให้อาการดีขึ้นเท่านั้น เพราะมะระขี้นกทำให้เจริญอาหารและเป็นยาระบาย ช่วยแก้ลมเข้าข้อ หัวเข่าบวม บำรุงน้ำดี แก้โรคม้าม โรคตับ ขับพยาธิ น้ำต้มใบมะระเป็นยาระบายอ่อนๆ

ส่วนที่นำมาใช้ ยอด ใบ ผลอ่อน

การปรุงอาหาร ยอด ใบ ลวกจิ้มน้ำพริก ผลนำไปผัดหรือแกงได้

8.ชะพลู

สรรพคุณ ส่วนลูกขับเสมหะ ส่วนใบแก้ปวดท้อง จุกเสียด

ส่วนที่นำมาใช้ ใบ

การปรุงอาหาร กินกับเมี่ยงคำ แกงกะทิ หรือน้ำพริก กินได้ทั้งสดและลวก

การดูแลสุขภาพด้วยวิถีธรรมชาติ กินผักพื้นบ้าน ยิ่งถ้าเป็นผักปลอดสารพิษสดๆ ยิ่งจะได้ประโยชน์เต็มๆ ไม่มีสารตกค้างในร่างกาย กินเพื่อสุขภาพกาย และใจที่ดีของเรา เพราะวันไหนที่ป่วยขึ้นมาคงได้กินยาเป็นอาหารแทน เมื่อรู้แบบนี้แล้ว ไปค่ะ! กินผักพื้นบ้านกัน แต่กินอิ่มแล้ว อย่าลืมออกกำลังกายด้วยนะคะ

ที่มา: สื่อแผ่นพับ เรื่อง โรคหลอดเลือดสมอง  รู้ทัน  ป้องกันได้  

 โดย : มหานครแห่งความสุข

 โรคหลอดเลือดสมอง   thaihealth

แฟ้มภาพ

เป็นที่รู้กันดีว่า  โรคหลอดเลือดสมอง  หรือโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นโรคซึ่งเกิดจากความผิดปกติของหลอดเลืดในสมอง จนส่งผลให้เนื้อสมองถูกทำลาย หรือตายในที่สุด  ทำให้เกิดอาการทางระบบประสาทเฉียบพลัน แบ่งออกเป็น 2กลุ่มคือ

1.โรคหลอดเลือดสมองตีบ หรืออุดตัน เกิดจากหลอดเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงเนื้อสมองตีบตัน ทำให้เนื้อสมองถูกทำลายหรือตายลง สาเหตุมาจาก

1.1 หลอดเลือดตีบแข็ง  จากสภาวะความดันโลหิตสูง  เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่ การดื่มสุราร่วมกับการเสื่อมของหลอดเลือด

1.2  การมีลิ่มเลือดลอยไปอุดตันที่หลอดเลือดสมองจากโรคหัวใจ

1.3 ภาวะความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด เช่นเลือดแข็งตัวง่าย เลือดข้นเกินไป ทำให้เกิดการอุดตัน

2. โรคหลอดเลือดสมองแตก  ทำให้มีเลือดออกภายในหรือรอบๆเนื้อสมอง เป็นเหตุให้เนื้อสมองถูกทำลายหรือตาย สาเหตุเกิดจากโรคความดันโลหิตสูงหรือหลอดเลือดสมองผิดปกติแต่กำเนิด

อาการและสัญญาณอันตรายของโรคหลอดเลือดสมอง

1.พูดไม่ชัด พูดไม่ออก หรือไม่เข้าใจคำพูดทันทีทันใด

2.แขน ขา อ่อนแรง ชา ขยับไม่ได้ แบบทันทีทันใด

3.ตามัว มองไม่เห็น หรือเห็นภาพซ้อน  หรืออาการคล้ายม่านบังตาที่เป็นฉับพลัน

4.ปวดศรีษะแบบฉับพลัน ไม่เคยเป็นมาก่อน

5.งง เวียนศรีษะ หรือเสียการทรงตัว หรือเกิดร่วมกันกับอาการข้างต้น

ถ้ามีอาการดังกล่าวควรไปควรไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุดภายใน 3 ชั่วโมง จะได้รักษาชีวิตและฟื้นฟูให้มีสภาพปกติมากที่สุด

ที่มา : หนังสือชีวิตใหม่ ไร้พุง How to สลายน้ำหนักด้วยหลัก 3 อ.

5 อารมณ์ที่มีผลต่อร่างกาย thaihealth

แฟ้มภาพ

อารมณ์มีผลต่อร่างกาย แต่รู้หรือไม่ว่าอารมณ์แบบไหน ส่งผลอย่างไรกับร่างกายของเราบ้าง

1.ดีใจ  ที่อาจทำให้เราอยากกินเลี้ยงฉลอง เกี่ยวข้องกับหัวใจและลำไส้เล็ก เนื่องจากหัวใจมีหน้าที่ควบคุมการไหลเวียนของเลือด ภาวะนี้จะทำให้การไหลเวียนของพลังงานและเลือดไหลเวียนช้า แต่จะมีการคลายตัวของกล้ามเนื้อลดความเครียด เกิดความกระชุ่มกระชวย ถ้าดีใจมากเกินไปทำให้จิตใจไม่รวมศูนย์ ขาดสมาธิ

2.โกรธ หลายคนยังคิดว่าการทานของหวานจะทำให้คลายเครียด ซึ่งเป็นภาวะทำให้ “ไฟตับสูง” มีอาการหงุดหงิด ปวดหัว ตามัว ปวดตา ตาบวม ความดันเลือดสูง ถ้าเป็นมากทำให้วูบ หมดสติและเป็นอัมพาตได้ ตลอดจนทำให้ปวดชายโครง คัดแน่นเต้านมหรือมีก้อน ประจำเดือนมาผิดปกติ เหมือนมีก้อนในคอ แน่นท้อง บางรายอาเจียนเป็นเลือด

3.วิตกกังวล แล้วกินจุบจิบ เกี่ยวกับม้าม กระเพาะอาหาร การใช้ความคิดมากเกินไป คิดไม่ถูก คิดไม่เป็น ทำให้มีผลต่อการดูดซึมอาหาร จนเบื่ออาหาร ท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นแผลในกระเพาะอาหาร ถ่ายเหลว ถ้าเป็นเรื้อรังทำให้หัวใจเต้นเร็ว ความจำเสื่อม นอนไม่หลับ ฝันบ่อย อันเป็นผลจากการอุดกั้นของพลังขัดขวางการดูดซึมอาหาร ทำให้เลือดและพลังไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ

4.เศร้าโศก การกินเพื่อให้ลืม เกี่ยวกับปอดและลำไส้ใหญ่ การเสียใจนานเกินไปทำให้มีพลังไปอุดกั้นปอด จะหมดเรี่ยวแรง อ่อนเพลีย และเหนื่อยง่าย

5.ตกใจกลัว อาจทำให้กินมากเกินไป มีผลต่อไตและกระเพาะปัสสาวะ โดยมีผลต่อพลังที่เกี่ยวกับการพยุงเหนี่ยวรั้งลดน้อยลง ทำให้ปัสสาวะอุจจาระอั้นไม่อยู่ ขาทั้งสองอ่อนแรง จิตใจสับสน แปรปรวน พูดจาเพ้อเจ้อ