• darkblurbg
    โครงการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรการการป้องกันและปราบปรามการทุจริต วินัย คุณธรรม จริยธรรม กฎหมาย
    โครงการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรการการป้องกันและปราบปรามการทุจริต วินัย คุณธรรม จริยธรรม กฎหมาย
  • darkblurbg
    รับการนิเทศจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่9 นครราชสีมาและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์
    รับการนิเทศจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่9 นครราชสีมาและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์
  • darkblurbg
    งาน 100ปี การสาธารณสุขไทย และครบรอบ 36 ปี โรงพยาบาลปราสาท
    งาน 100ปี การสาธารณสุขไทย และครบรอบ 36 ปี โรงพยาบาลปราสาท
  • darkblurbg
    ขอเชิญร่วมกิจกรรมครบรอบ100 ปีการสาธารณสุขไทย และ36 ปีโรงพยาบาลปราสาท
    ขอเชิญร่วมกิจกรรมครบรอบ100 ปีการสาธารณสุขไทย และ36 ปีโรงพยาบาลปราสาท
  • darkblurbg
    นพ.ประมวล ไทยงามศิลป์ ผอ.รพ.ปราสาทและคณะลงพื้นที่ลงเยี่ยมเสริมพลังด่านชุมชนในเขตพื้นที่อำเภอปราสาท
    นพ.ประมวล ไทยงามศิลป์ ผอ.รพ.ปราสาทและคณะลงพื้นที่ลงเยี่ยมเสริมพลังด่านชุมชนในเขตพื้นที่อำเภอปราสาท
เพิ่มเติม..

N E W S !! RECEPSION

ข่าวประชาสัมพันธ์

โครงการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรการการป้องกันและปราบปรามการทุจริต วินัย คุณธรรม จริยธรรม กฎหมาย
47   mav 2018-02-20 15:04:08

โครงการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรการการป้องกันและปราบปรามการทุจริต วินัย คุณธรรม จริยธรรม กฎหมาย

รับการนิเทศจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่9 นครราชสีมาและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์
85   mav 2018-01-30 14:45:42

รับการนิเทศจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่9 นครราชสีมาและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์

งาน 100ปี การสาธารณสุขไทย และครบรอบ 36 ปี โรงพยาบาลปราสาท
165   mav 2018-01-17 14:24:05

งาน 100ปี การสาธารณสุขไทย และครบรอบ 36 ปี โรงพยาบาลปราสาท

ตารางการให้บริการ

ตามคลินิกต่าง ๆ ตามวันและเวลา

เบอร์โทรศัพท์ภายใน

เบอร์โทรศัพท์หน่วยงานต่าง ๆ ภายในโรงพยาบาลปราสาท.

เบอร์โทรศัพท์ภายนอก

เบอร์โทรศัพท์ เพื่อใช้ติดต่อหน่วยงานภายนอก.

ภาพกิจกรรม

รวมภาพเหตุการ กิจกรรม ที่หน่วยงานโรงพยาบาลปราสาท จัดขึ้น.

ผลงานเด่น

รวมผลงานเด่นด้านต่าง ๆ ของ รพ.ปราสาท ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน.

บทความ

บทความ เกล็ดความรู้ด้านสุขภาพ.

งานวิจัย

รวมผลงาน การพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย จากนักวิจัย รพ.ปราสาท.

ดาวน์โหลด

เอกสารการบรรยาย คู่มือ ใบลา.

คู่มือผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพ

วิธีการใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพเมื่อเจ็บป่วย ของประชาชน.

W E B B O A R D

# หัวข้อกระทู้ อ่าน ###
1 ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อจัดทำผลงานวิชาการ 1021 อ่าน.
2 ประกาศรายชื่อผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อบรรจุบคคลเข้ารับราชการ ในสังกัดโรงพยาบาลปราสาท 1568 อ่าน.
3 ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อทำผลงานวิชาการ 848 อ่าน.
4 แจ้งข่าวสารถามตอบข้อมูลการใช้งาน HOSxP , HOSxP_PCU 985 อ่าน.

เรื่องโดย : พัชรี บอนคำ team content www.thaihealth.or.th

ที่มา : คู่มือส่งเสริมการพัฒนาทักษะชีวิต สำหรับเด็กและเยาวชน เรื่อง Food & Fit สร้างชีวิตให้ Strong

ทำไม...? เราถึงอ้วน thaihealth

แฟ้มภาพ

                การที่คนเราอ้วนขึ้นนั้นมีสาเหตุมากมาย ตั้งแต่ความผิดปกติบางอย่างทางพันธุกรรม การออกกำลังกายไปจนถึงการกินอยู่ ซึ่งสิ่งที่เราสามารถควบคุมสาเหตุของความอ้วนได้ดีที่สุด นั่นคือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อความอ้วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารที่มีพลังงานสูง และการไม่ออกกำลังกาย

                วันนี้เว็บไซต์ สสส. จึงนำข้อมูลมาแบ่งปันว่าจะทำอย่างไร เราถึงจะห่างไกล “ความอ้วน” มาฝากกันค่ะ

สมดุลพลังงาน

ความอ้วน เกิดจากความไม่สมดุลของพลังงานในร่างกายที่เกิดจากการกิน หากเรากินอาหาร ซึ่งคือทางเข้าของพลังงานสู่ร่างกายเราเท่าๆ กับการใช้พลังงานออกไปจากร่างกาย เช่น การออกกำลังกาย น้ำหนักและรูปร่าง เราจะคงที่ไม่อ้วนขึ้นไม่ผอมลง

แต่หากเรากินมาก ร่างกายก็จะได้รับพลังงานมามาก บวกกับออกกำลังกายน้อยหรือขยับน้อย จะทำให้มีพลังงานเหลือสะสมอยู่มาก ซึ่งพลังงานเหล่านั้นก็จะเปลี่ยนไปเป็นน้ำหนักที่มากขึ้นของเรานั่นเอง

ในทางกลับกัน หากกินให้น้อยรับพลังงานมาน้อยๆ และขยับให้มากขึ้น สมดุลของพลังงานจะเป็นลบ น้ำหนักของเราก็จะลดลงไปได้

ความสำคัญของสมดุลนี้คือพลังงาน ไม่ใช่เรื่องของปริมาณเท่านั้น เพราะอาหารบางอย่างถึงแม้จะมีปริมาณน้อย แต่ก็แอบมีพลังงานที่สูงได้ ซึ่งตรงนี้นี่เองที่จะทำให้คนที่บริโภคเข้าไปอ้วนง่ายขึ้น

ทำไม...? เราถึงอ้วน thaihealth

ขนาดของปัญหาภาวะอ้วนและอ้วนลงพุง

- ปัญหาเรื่องความอ้วน ทั้งอ้วน และอ้วนลงพุง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี ไม่เพียงแต่ในไทยเท่านั้น ปัจจุบันเป็นปัญหาระดับประเทศและระดับโลกที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

- จากข้อมูลการสำรวจประชากรในประเทศไทยปี พ.ศ. 2552  พบว่า ภาคกลางมีสัดส่วนของคนที่อ้วนมากที่สุด โดยเฉพาะใน กทม. (44.6%)

- จากข้อมูลการสำรวจในภาคส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่า ประชากรไทยมีภาวะอ้วนเป็นอันดับ 2 รองจากประเทศมาเลเซียเท่านั้น

พลังงานเท่าไร...? ไม่อ้วนลงพุง

อาหารมีความจำเป็นต่อร่างกายและมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของมนุษย์ หากขาดสารอาหารจะส่งผลให้ร่างกายไม่มีเรี่ยวแรง ไม่มีพลังงานหรือสารอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆ และอาจจะทำให้เสียชีวิตได้ในที่สุด แต่ในทางตรงกันข้ามหากเรารับประทานอาการมากเกินไปก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน ดังนั้นเราจึงควรเลือกทานอาหารที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย

ปริมาณของอาหารที่คนไทยควรรับประทานใน 1 วัน

- เด็กอายุ 6-13 ปี / ผู้หญิงวัยทำงานอายุ 25-60 ปี / ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ควรได้รับพลังงาน 1,600 กิโลแคลอรี่ ต่อวัน

- วัยรุ่นอายุ 14-25 ปี / ผู้ชายวัยทำงานอายุ 25-60 ปี ควรได้รับพลังงาน 2,000 กิโลแคลอรี่ ต่อวัน

- เกษตรกร / นักกีฬา / ผู้ใช้แรงงาน ควรได้รับพลังงาน 2,400 กิโลแคลอรี่ ต่อวัน

แม้ว่าโรคอ้วนจะเป็นโรคที่อันตรายและเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่าง ๆ ตามมาอีกมากมาย แต่เราสามารถป้องกัน และลดความเสี่ยงของการเกิดได้ เพียงแค่รับประทานอาหารที่ถูกต้อง มีคุณประโยชน์ ให้ตรงกับความต้องการของร่างกายใน 1 วัน กินให้ครบ 5 หมู่ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ง่ายๆ เพียงแค่นี้คุณก็จะมีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ ไม่ถูกความอ้วนคุกคามอีกต่อไป

 

ชาเย็น
 
          เคลียร์ข้อสงสัย ! ดื่มชาเย็นหรือทานน้ำแข็งจะทำให้เลือดข้น เสี่ยงเส้นเลือดอุดตันถึงขั้นเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ได้เลย จริงไหม ?

          ทำเอาคนติดชาเย็นสะดุ้งเลย เมื่อมีการแชร์ข้อความเตือนต่อ ๆ กันว่า ถ้าดื่มชาเย็นหรือน้ำแข็งเป็นประจำ จะทำให้เส้นเลือดหนืด เลือดข้น จนเส้นเลือดในสมองตีบซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดอัมพฤกษ์-อัมพาต ฟังดูน่ากลัวแต่เรื่องนี้ชัวร์หรือมั่ว ?
 
ชาเย็น
 
ดื่มชาเย็นทุกวัน อันตรายถึงขั้นเส้นเลือดสมองตีบจริงหรือ ?

          เกี่ยวกับประเด็นนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ชี้แจงว่า จริง ๆ แล้วการดื่มน้ำเย็น แม้กระทั่งชาเย็น ก็ไม่ได้ทำให้เลือดหนืด เลือดข้น เส้นเลือดในสมองตีบอย่างที่แชร์กันเลยนะคะ เพราะเมื่อน้ำเย็น น้ำแข็ง ชาเย็น เข้าสู่ร่างกาย อาหารเหล่านี้ก็จะถูกปรับอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว ให้มีอุณหภูมิพอ ๆ กับอุณหภูมิปกติของร่างกาย คือประมาณ 37-38 องศาเซลเซียสอยู่แล้ว ดังนั้น การดื่มน้ำเย็น ๆ จึงไม่เกี่ยวข้องกับอาการเลือดข้น หรือเส้นเลือดในสมองตีบจนทำให้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต แต่อย่างใด
 
 
 
 
ชาเย็น

ดื่มชาเย็นอ้วนไหม จะเป็นอันตรายอะไรหรือเปล่า ?

          ถึงแม้ชาเย็นจะไม่ได้เป็นตัวการก่อโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต แต่คนชอบดื่มชาเย็นก็อย่าเพิ่งดีใจ สั่งมาดื่มวันละ 2-3 แก้วเชียว เพราะถ้าดื่มมาก ๆ ก็เตรียมรับมือกับความอ้วนได้เลย หรือถ้าคิดจะดื่มชาเขียวเย็น โกโก้เย็น กาแฟเย็น นมเย็น ชามะนาว น้ำแดงมะนาวโซดา ฯลฯ แทนชาเย็น ผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกัน เพราะเครื่องดื่มแก้วโปรดเหล่านี้ใส่น้ำตาลลงไปไม่น้อยลง แถมบางแก้วยังใส่นมข้นหวานอีกต่างหาก รู้ไหมแต่ละแก้วนี่ให้พลังงานสูงปรี๊ด
 
 
          - เครื่องดื่มแก้วโปรดเมนูฮิต รู้หรือยังว่ามีน้ำตาลซ่อนอยู่มากขนาดนี้
 
          ถ้าดื่มเป็นประจำแล้วไม่ออกกำลังกาย นอกจากจะเสี่ยงโรคอ้วนแล้ว ความอ้วนยังเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่โรคต่าง ๆ อย่างเช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวานได้อีกนะคะ

          - 8 โรคร้ายที่คนอ้วนเสี่ยงตาย อันตรายจากน้ำหนักเกิน !

          นอกจากนี้ เวลาดื่มเครื่องดื่มเย็น ๆ ก็ต้องใส่น้ำแข็ง ซึ่งบางครั้งน้ำแข็งไม่สะอาด กินเข้าไปก็ทำให้ท้องเสียหรืออาหารเป็นพิษได้อีก ดังนั้น คนชอบดื่มเครื่องดื่มเย็น ๆ ต้องระมัดระวังในการเลือกดื่มให้ดีเลย

ที่มา : คู่มือรู้ทันโรคและภัยสุขภาพสำหรับประชาชน โดยสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

โรคไข้หวัดนก thaihealth

แฟ้มภาพ

โรคไข้หวัดนก (Avian Influenza) โรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Avian Influenza virus type A ลักษณะของเชื้อไวรัสในกลุ่มนี้ถูกทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทั่วไป เช่น แอลกอฮอล์ คลอโรฟอร์ม และไข้หวัดนกที่ติดมาสู่คนมักจะเป็นไวรัสชนิด H5N1

เชื้อโรคหวัดนกจะมีระยะฟักตัวในสัตว์อาจจะสั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหรือยาวถึง 3 วัน อาการที่แสดงนั้นมีความผันแปรตั้งแต่ระดับไม่รุนแรง ไปจนถึงขั้นเสียชีวิตขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อไวรัส และสัตว์ที่ได้รับเชื้อ สัตว์อาจจะไม่แสดงอาการป่วย แต่จะมีระดับภูมิคุ้มกันสูงขึ้นภายใน 10 – 16 วัน จึงสามารถวินิจฉัยว่าเป็นโรค สัตว์อาจจะแสดงอาการดังนี้ ไก่จะซูบผอม ซึมมาก ไม่กินอาหาร ขนยุ่ง ไข่ลด ไอ จาม หายใจลำบาก น้ำตาไหลมาก หน้าบวม หงอนและเหนียงบวม มีสีคล้ำ ตาปิดเนื่องจากหนังตาบวม อาจมีอาการของระบบประสาท และท้องเสีย ส่วนที่รุนแรงจะตายกะทันหันโดยไม่แสดงอาการ ซึ่งมีอัตราตายสูง 100% ไวรัสชนิดนี้อาจทำให้สัตว์ปีกชนิดอื่น ๆ ป่วยด้วย เช่น เป็ด นกกระทา ไก่งวง เป็นต้น

การติดต่อของโรค

คนสามารถติดเชื้อจากสัตว์ได้ โดยการสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์ปีที่ป่วยหรือตายด้วยโรคไข้หวัดนก หรือจากการกินอาหารหรือน้ำที่มีการปนเปื้อนเชื้อไข้หวัดนกทางอ้อมคือ การสัมผัสกับดิน น้ำ อาหาร เสื้อผ้า รองเท้า พาหนะ และอื่น ๆ ที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งของสัตว์ป่วย โดยเชื้ออาจติดมากับมือ และเข้าสู่รางกายทางเยื่อบุจมูก ตา และปาก ขณะนี้ยังไม่พบการติดเชื้อจากการบริโภคสัตว์ปีกที่ปรุงสุก

การรักษา

หากผู้ป่วยมีอาการคล้ายไว้หวัดใหญ่ และมีประวัติสัมผัสสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตาย หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีโรคไข้หวัดนกระบาดอยู่ ต้องรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที เพราะต้องได้รับยาต้านไวรัสโดยเร็ว หลังจากเริ่มมีไข้ รวมทั้งต้องได้รับยารักษาตามอาการ ภายใต้การรักษาดูแลใกล้ชิดจากแพทย์เท่านั้น

ที่มา : คู่มือรู้ทันโรคและภัยสุขภาพสำหรับประชาชน โดยสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

โรคไข้หวัดนก thaihealth

แฟ้มภาพ

โรคไข้หวัดนก (Avian Influenza) โรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Avian Influenza virus type A ลักษณะของเชื้อไวรัสในกลุ่มนี้ถูกทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทั่วไป เช่น แอลกอฮอล์ คลอโรฟอร์ม และไข้หวัดนกที่ติดมาสู่คนมักจะเป็นไวรัสชนิด H5N1

เชื้อโรคหวัดนกจะมีระยะฟักตัวในสัตว์อาจจะสั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหรือยาวถึง 3 วัน อาการที่แสดงนั้นมีความผันแปรตั้งแต่ระดับไม่รุนแรง ไปจนถึงขั้นเสียชีวิตขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อไวรัส และสัตว์ที่ได้รับเชื้อ สัตว์อาจจะไม่แสดงอาการป่วย แต่จะมีระดับภูมิคุ้มกันสูงขึ้นภายใน 10 – 16 วัน จึงสามารถวินิจฉัยว่าเป็นโรค สัตว์อาจจะแสดงอาการดังนี้ ไก่จะซูบผอม ซึมมาก ไม่กินอาหาร ขนยุ่ง ไข่ลด ไอ จาม หายใจลำบาก น้ำตาไหลมาก หน้าบวม หงอนและเหนียงบวม มีสีคล้ำ ตาปิดเนื่องจากหนังตาบวม อาจมีอาการของระบบประสาท และท้องเสีย ส่วนที่รุนแรงจะตายกะทันหันโดยไม่แสดงอาการ ซึ่งมีอัตราตายสูง 100% ไวรัสชนิดนี้อาจทำให้สัตว์ปีกชนิดอื่น ๆ ป่วยด้วย เช่น เป็ด นกกระทา ไก่งวง เป็นต้น

การติดต่อของโรค

คนสามารถติดเชื้อจากสัตว์ได้ โดยการสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์ปีที่ป่วยหรือตายด้วยโรคไข้หวัดนก หรือจากการกินอาหารหรือน้ำที่มีการปนเปื้อนเชื้อไข้หวัดนกทางอ้อมคือ การสัมผัสกับดิน น้ำ อาหาร เสื้อผ้า รองเท้า พาหนะ และอื่น ๆ ที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งของสัตว์ป่วย โดยเชื้ออาจติดมากับมือ และเข้าสู่รางกายทางเยื่อบุจมูก ตา และปาก ขณะนี้ยังไม่พบการติดเชื้อจากการบริโภคสัตว์ปีกที่ปรุงสุก

การรักษา

หากผู้ป่วยมีอาการคล้ายไว้หวัดใหญ่ และมีประวัติสัมผัสสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตาย หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีโรคไข้หวัดนกระบาดอยู่ ต้องรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที เพราะต้องได้รับยาต้านไวรัสโดยเร็ว หลังจากเริ่มมีไข้ รวมทั้งต้องได้รับยารักษาตามอาการ ภายใต้การรักษาดูแลใกล้ชิดจากแพทย์เท่านั้น

ที่มา: หนังสือมหัศจรรย์แห่งการอ่านฐานพลังการพัฒนาสมองและศักยภาพมนุษย์

สนับสนุนโดย: สสส.

รู้ได้อย่างไรว่าลูกเป็น LD? thaihealth

แฟ้มภาพ

ส่วนใหญ่มักพบว่าเด็กเป็น LD เมื่อเข้าเรียนไปแล้ว หรือเมื่ออายุประมาณ 5-7 ขวบ เพราะ LD เป็นปัญหาเรื่องการเรียนหนังสือ โดยพ่อแม่มีวิธีสังเกตุลูกง่ายๆ เช่น ถ้าลูกมีลายมืออ่านยาก อ่านหนังสือไม่ทันเพื่อน เขียนตามคำบอกไม่ได้ หรือมีผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ ก็ต้องหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร แล้วควรพาเขาไปตรวจวัด IQ เพื่อดูว่าปัญหาในการเรียน ของลูกนั้นเป็นเพราะเขา IQ ต่ำกว่าเกณฑ์ หรือเพราะการเรียนรู้ที่บกพร่อง เป็นต้น

นอกจากนี้ทางการแพทย์ยังมีเกณฑ์การวินิจฉัยว่าเด็กเป็น LD จาก 4 องค์ประกอบ ดังนี้

1.มีอาการแสดงออกบางอย่างที่เป็นผลมาจากการทำงานของสมองส่วนกลางบกพร่อง ซึ่งไม่ได้เกิดจากความพิการด้านอื่นๆ เช่น ไม่ได้สูญเสียการมองเห็นไม่ได้มีปัญหาด้านได้ยิน หรือไม่เกี่ยวกัยสภาวะด้านจิตใจ

2.มีระดับ IQ อยู่ที่ประมาณ 85 ขึ้นไป แสดงให้เห็นว่าไม่ได้มีความบกพร่องทางสติปัญญา

3.เมื่อประเมินความสามารถด้านศักยภาพกับการแสดงออกแล้ว เห็นความขัดแย้งกันอย่างชัดเจน เช่น LD ด้านการเขียน เมื่อให้ตอบปากเปล่าจะทำได้ แต่เมื่อให้เขียนไม่รู้จะเริ่มอย่างไร

4.ความบกพร่องนั้นจะคงอยู่ในทุกสถานการณ์ที่ต้องเรียนเรื่องนั้นๆ เช่น ถ้าเป็น LD ด้านคณิตศาสตร์จะไม่สามารถอ่านโจทย์คณิตศาสตร์แล้วทำได้เลย

ทำอย่างไร? เมื่อรู้ว่าลูกเป็น LD

เด็กที่เป็น LD จะมีความเปราะบางทางจิตใจเป็นพิเศษ จึงต้องการกำลังใจและความเข้าใจจากคนรอบข้างเป็นอย่างมาก โดยต้องให้ความร่วมมือช่วยกันดูแลทุกภาคส่วน ตั้งแต่พ่อแม่ ผู้ปกครอง คุณครู โรงเรียน และคุณหมอที่ให้การรักษา

สื่อการเรียนที่ส่งเสริมพัฒนาการเด็ก LD อย่างไร

สื่อที่ดีสำหรับเด็ก LD คือ สื่อที่เหมาะกับความต้องการและลักษณะนิสัยเฉพาะของเขา เช่น ถ้าเรารู้ว่าเด็ก LD  มีวิธีการเรียนรู้ด้วยการมอง ไม่ใช่การอ่านก็สอนเขาด้วยวิธีการให้ฟังแทน แล้วเด็กจะสามารถประมวลผลจากการฟังและได้ความรู้ไม่ต่างจากเด็กปกติที่อ่านหนังสือ หรือในวิชาคณิตศาสตร์ที่เด็กจำตัวเลขไม่ได้ ก็ใช้การมองภาพและสอนโดยใช้การนับจำนวนภาพที่เพิ่มขึ้นลดลง แทนการบอกหรือลบ ซึ่งจะทำให้เด็กเข้าใจความคิดรวบยอดของการเรียนคณิตศาสตร์ในเรื่องนั้นๆ ได้มากขึ้น เป็นต้น

หลายคนยังสับสนไม่หายว่าผ้าปิดปากคาร์บอนจริง ๆ แล้วต้องใส่อย่างไรจึงจะถูกต้องและป้องกันเราได้อย่างเต็มที่ งั้นเอาเป็นว่ามาดูวิธีใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้องกันค่ะ

          ฝุ่นควัน ละออง และเชื้อโรคที่แฝงมากับอากาศรอบ ๆ ตัวเราเป็นปัจจัยสำคัญของการเกิดโรคภัยต่าง ๆ ดังนั้นทางป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายที่ดีที่สุดก็คือการสวมใส่หน้ากากอนามัย แต่เชื่อไหมคะว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังสับสนกับการใส่หน้ากากอนามัยอยู่ โดยเฉพาะการใส่ผ้าปิดปากคาร์บอนหรือหน้ากากอนามัยคาร์บอน ซึ่งก็คือหน้ากากอนามัยที่มีชั้นกรองคาร์บอนสำหรับกรองกลิ่นไม่พึงประสงค์ และไอของสารเคมีที่มาจากมลพิษทางอากาศ ควันจากท่อไอเสียเครื่องยนต์ชนิดต่าง ๆ ว่าตกลงต้องหันด้านไหนออก หันด้านไหนเข้ากันแน่นะ ?

          เอาเป็นว่ามาคลายข้อสงสัยไปพร้อมกับเรียนรู้วิธีใส่ผ้าปิดปากคาร์บอนที่ถูกต้องกันเลยดีกว่า
วิธีใส่ผ้าปิดปากคาร์บอน

          1. ล้างมือให้สะอาดก่อนหยิบผ้าปิดปากคาร์บอนมาสวมใส่

          2. ใช้มือจับที่สายคล้องหูทั้ง 2 ข้าง แล้วตรวจสอบหน้ากากอนามัยโดยหันด้านสีเข้มออกด้านนอก ด้านสีจางหันเข้าด้านใน แถบเหล็กต้องอยู่ด้านบน และรอยจีบพับต้องคว่ำลง

          3. สวมใส่หน้ากากโดยดึงสายคล้องหูเข้ากับหูให้กระชับ

          4. ดัดแถบเหล็กให้แนบชิดไปกับสันจมูก และดึงหน้ากากคาร์บอนด้านล่างให้คลุมลงมาถึงใต้คาง เพื่อความมิดชิด

          5. เมื่อต้องการดื่มน้ำ หรือประทานอาหารกลางวันก็ไม่จำเป็นต้องถอดหน้ากากคาร์บอนออก เพียงแค่ดึงหน้ากากอนามัยลงมาไว้ใต้คางก็พอ และเมื่อรับประทานอาหารเครื่องดื่มเรียบร้อยแล้ว ให้ดึงหน้ากากคาร์บอนกลับมาคลุมจมูกเหมือนเดิม แต่ก็อย่าลืมล้างมือทุกครั้งหลังจากแตะหรือจับหน้าผ้าปิดปากด้วยนะคะ
 

วิธีใส่ผ้าปิดปากคาร์บอน


          นอกจากนี้ยังมีข้อควรปฎิบัติในการสวมใส่หน้ากากอนามัยมาฝากเพิ่มเติมด้วย ดังนี้ค่ะ

          1. เมื่อไรก็ตามที่หน้ากากอนามัยเปรอะเปื้อน เปียกชื้น หรือชำรุด ให้เปลี่ยนหน้ากากอนามัยใหม่ทุกกรณี

          2. เมื่อต้องการถอดหน้ากากอนามัย อย่าจับที่ตัวผ้าเด็ดขาด เพราะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคนับล้าน ๆ ตัว แต่ให้จับที่สายคล้องหูและถอดหน้ากากออกมาแทน

          3. ควรทิ้งหน้ากากอนามัยในถังขยะที่มีฝาปิด หรือทิ้งหน้ากากอนามัยในถุงพลาสติกและมัดปากถุงให้เรียบร้อย ก่อนหย่อนลงถังขยะ

          4. ควรเปลี่ยนหน้ากากอนามัยทุกวัน ไม่ควรใช้ซ้ำ เพราะจะเป็นการสะสมเชื้อโรคหรือแพร่กระจายเชื้อโรคไปยังที่ต่าง ๆ ได้ และล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ทุกครั้งหลังจากจับหน้ากากอนามัยใช้แล้ว

          เชื้อโรคจะไม่มีทางเข้ามาก่อกวนสุขภาพของเราได้ แค่เรารู้จักใช้หน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธีนะคะ ดังนั้นหากใครยังสวมใส่หน้ากากอนามัยแบบมึนงงกันอยู่ ก็ได้เวลามาใส่หน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธีกันแล้ว